ประชาสัมพันธ์

05/09/2568 2,434
แชร์ :

Thailand Liquid Crystal in Space รู้จักงานวิจัยไทย ไปไกลถึงสถานีอวกาศนานาชาติ

 

วันที่ 15 กันยายนนี้ จับตาการส่งภารกิจ Cygnus NG-23 ออกเดินทางไปสถานีอวกาศนานาชาติ ที่มีการนำเพยโหลดการทดลองของนักวิจัยไทย ร่วมเดินทางไปให้นักบินอวกาศได้วิจัยจากวงโคจรรอบโลก

 

การทดลองดังกล่าว มีชื่อว่า Thailand Liquid Crystal in Space หรือ TLC โดยเป็นการศึกษาผลึกเหลวในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ บนสถานีอวกาศนานาชาติ ภายใต้ความร่วมมือของคณะนักวิจัย นำโดย รศ.ดร.ณัฐพร ฉัตรแถม จากภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ GISTDA และ NASA

 

ผลึกเหลว หรือ Liquid Crystal นั้นเป็นสถานะหนึ่งของสสาร ที่มีคุณสมบัติจำเพาะ นั่นคือมันสามารถจัดเรียงโมเลกุลเป็นระเบียบในบางทิศทางได้เหมือนของแข็ง และไหลตัวไปได้ในบางทิศทางคล้ายของเหลว จนถูกนำมาใช้ในหน้าจอ LCD บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ทั่วโลก

 

สำหรับการทดลองในครั้งนี้ รศ.ดร.ณัฐพร ระบุว่าต้องการศึกษาจุดพร่อง หรือ Defect ในโครงสร้างผลึกเหลว เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงความร้อนในฟิล์มบางแบบฉับพลัน ระหว่างอยู่ในสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำบนสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งอาจนำไปต่อยอดในการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น อาทิ หน้าจอ LCD ที่ไม่มีจุดพร่อง หรือการทำหน้าจอในหมวกของนักบินอวกาศ เป็นต้น

 

ทั้งนี้ การส่งเพย์โหลดขึ้นไปทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาติไม่ใช่เรื่องง่าย มีกระบวนการขั้นตอนที่ซับซ้อนและท้าทายสูง โดยเฉพาะโอกาสที่ได้ร่วมนำส่งการทดลองไปกับยานอวกาศภายใต้โครงการ Commercial Resupply Services ภายใต้การดูแลสนับสนุนของ NASA โดยตรง โดย รศ.ดร.ณัฐพร เคยให้สัมภาษณ์ว่า “โครงการของ NASA มีการแข่งขันที่สูงมาก สมมติมีการเสนอเข้าไป 100 โปรเจกต์ จะมีมากถึง 90% ที่ไม่ได้ไปต่อ”

 

เพื่อให้งานวิจัยดำเนินได้ ดร.ณัฐวัฒน์ หงส์กาญจนกุล นักพัฒนานวัตกรรมเชี่ยวชาญ ระบุว่าบทบาทของ GISTDA ในฐานะหน่วยงานอวกาศของไทย ได้มีส่วนช่วยสนับสนุนด้านต่าง ๆ ในช่วงแรกเริ่มเพื่อให้โครงการเกิดขึ้น อาทิ งานด้านวิศวกรรมและกระบวนการทดสอบในสภาวะอวกาศซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับกระบวนการออกแบบและสร้างดาวเทียม การจัดสรรงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับการทดลอง และการร่วมประสานงานพัฒนาจนเกิดเป็นการลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ระหว่าง NASA กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี GISTDA เป็นตัวแทนหน่วยงานอวกาศไทยเพื่อขับเคลื่อนโครงการ 

 

เนื่องจากงานด้านอวกาศมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ตั้งแต่การพัฒนาแนวคิดงานวิจัย สร้างอุปกรณ์ทดลอง ผ่านกระบวนการทดสอบความปลอดภัย นำส่งขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ ตลอดจนถึงการปฏิบัติงานโดยนักบินอวกาศ ทำให้ GISTDA และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ดำเนินการของบประมาณสนับสนุน ซึ่งปัจจุบันงานวิจัย Thai Liquid Crystal in Space ได้รับทุนสนับสนุนหลักจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม หรือ บพค.

 

ในกระบวนการพัฒนาเพยโหลด รศ.ดร.ณัฐพร ระบุว่าต้องดำเนินการภายใต้กระบวนการรับรองความปลอดภัยของ NASA อย่างเข้มข้น โดยมีการตรวจสอบอย่างละเอียดถึง 3 ครั้ง พร้อมกับต้องหลีกเลี่ยงการใช้วัตถุที่อาจเสี่ยงให้เกิดไฟ หรือมีการรั่วไหลออกมาสู่บรรยากาศของสถานีอวกาศ ทำให้ทีมวิจัยต้องประยุกต์ใช้อุปกรณ์อย่างชาญฉลาด เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย แต่ยังคงประสิทธิภาพการเก็บข้อมูลงานวิจัยไว้ได้อย่างดีที่สุด

 

GISTDA ที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาดาวเทียมเพื่อใช้งานบนอวกาศ เช่นเดียวกับการดูและการปฏิบัติงานของศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ ได้มีบทบาทในการสนับสนุนและถ่ายทอดองค์ความรู้ต่าง ๆ ร่วมกับคณะวิจัยของ รศ.ดร.ณัฐพร ที่เป็นผู้พัฒนาเพยโหลดขึ้นมา โดยมีการจัดซื้อกล้องจุลทรรศน์ KERMIT ของบริษัท Leidos แบบเดียวกับที่ใช้งานบนสถานีอวกาศนานาชาติ เพื่อให้คณะวิจัยได้มาพัฒนาเพยโหลดร่วมกับทาง GISTDA โดยมี นายจิโรจ ทองตา วิศวกรจาก GISTDA ได้ร่วมสนับสนุนดูแลการพัฒนาเพยโหลดโดยเฉพาะ คอยทำงานและถ่ายทอดองค์ความรู้ร่วมกับทีมวิจัย

 

สำหรับงานวิจัย Thailand Liquid Crystal in Space ปัจจุบันอยู่ในกระบวนการรอนำส่งขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ กับยานอวกาศ Cygnus NG-23 ยานขนส่งไร้คนขับของบริษัท Northrop Grumman ในวันที่ 15 กันยายน ก่อนที่งานวิจัยจะถูกนำไปปฏิบัติงานโดยนักบินอวกาศ เพื่อนำข้อมูลที่ได้กลับมาพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเป็นลำดับถัดไป

 

ดร.ณัฐวัฒน์ จาก GISTDA ระบุเพิ่มเติมว่า “งานวิจัยนี้เป็นดั่งหมุดหมายว่าประเทศไทยทำได้ สร้างความเชื่อมั่นในระดับโลก และอยากให้เรามีนักวิจัยแบบ รศ.ดร.ณัฐพร เข้ามาอีกในวงการอวกาศ เพื่อให้เกิดการวิจัย และองค์ความรู้ที่ได้มาเป็นข้อต่อที่ทำให้ประเทศไทยแข็งแกร่งขึ้น โครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่ของการลงทุนวิจัยของรัฐบาลไทยแล้ว ที่เป็นกลไกต่อยอดถึงความร่วมมือระหว่างประเทศและนานาชาติ” โดยได้มีการเชื่อมต่อกับโครงการอาร์ทีมิส ที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของข้อตกลงอาร์ทีมิส ซึ่งงานวิจัยของไทยในครั้งนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่ความร่วมมือในการพัฒนางานวิจัย ที่ครั้งนี้สามารถมองไปได้ไกลถึงดวงจันทร์ และอาจถึงดาวอังคารในอนาคตอันใกล้

 

สำหรับโครงการในอนาคต GISTDA ในฐานะหน่วยงานอวกาศของประเทศ พร้อมเป็นจุดเชื่อมโยงและสนับสนุนให้เกิดงานวิจัยขึ้น ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงวิศวกรรม การประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนถึงการร่วมวิจัยเพื่อได้มาซึ่งองค์ความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ เช่นเดียวกับงานวิจัยของ รศ.ดร.ณัฐพร ผู้เคยให้ข้อมูลว่า “เรากำลังสร้างบุคลากรขึ้นมาด้วยองค์ความรู้ขั้นสูงที่นานาชาติให้การยอมรับ เพราะว่าเราต้องทำให้ NASA ยอมรับเรา”

 

มาร่วมลุ้นและติดตามความสำเร็จของโครงการนี้ ตลอดจนรายละเอียดเพิ่มเติมของงานวิจัย Thailand Liquid Crystal in Space ความภูมิใจของคนไทย ได้ทางแฟนเพจของ GISTDA และช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ

แท็ก

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องกรอกมีเครื่องหมาย

โดเมนอีเมลที่อนุญาต / Allowed email domains: *.or.th, *.ac.th, gmail.com, hotmail.com

แนะนำการใช้งานหน้าเนื้อหา

  1. ใช้เบรดครัมบ์ด้านบนเพื่อกลับไปยังหมวดต้นทาง
  2. เอกสารแนบและแกลเลอรีรูปภาพอยู่ท้ายเนื้อหา กดเพื่อเปิดหรือดาวน์โหลด
  3. ใช้ปุ่มแชร์เพื่อส่งต่อบทความนี้

การเข้าถึงและปุ่มลัด

  • กด Tab เพื่อไล่โฟกัส, Enter หรือ Space เพื่อสั่งงาน และ Esc เพื่อปิดหน้าต่างนี้
  • ลิงก์ "ข้ามไปยังเนื้อหา" อยู่จุดแรกสุดของทุกหน้า กด Tab หนึ่งครั้งจะเจอ
  • ปรับขนาดตัวอักษรและโหมดสี (ปกติ / มืด / คอนทราสต์สูง) ได้จากแถบด้านบน ระบบจะจำค่าไว้ให้
  • เว็บไซต์พัฒนาตามแนวทาง WCAG 2.2 ระดับ AA รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ