ประชาสัมพันธ์

16/08/2567 3,385
แชร์ :

Nighttime Light from Space

 

   ดวงตาจากอวกาศกำลังส่องลงมาดูโลกในทุกช่วงเวลา ทั้งช่วงเวลากลางวันและกลางคืน กลางวันจะทำให้เรารับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรสิ่งแวดล้อม สังคม รวมไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของเมือง ส่วนกลางคืนที่เต็มไปด้วยความมืดมิดและความเคว้งคว้าง เชื่อหรือไม่ว่า ดาวเทียมที่จับจ้องเราอยู่นั้น ทำให้เห็นความมีชีวิตในยามค่ำคืนที่ไม่ต่างไปจากกลางวัน

 

   นี่คือ….ภาพถ่ายแสงไฟในเวลากลางคืน ที่ถูกบันทึกด้วยเครื่องมือที่ชื่อว่า The Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) ซึ่งเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ NASA/NOAA Suomi National Polar-orbiting Partnership (Suomi NPP) และ NOAA-20 satellites เพื่อตรวจวัดแสงไฟที่มองเห็นได้ในเวลากลางคืนและแสงอินฟราเรดใกล้ (NIR) ทั่วโลกในแต่ละวัน

ซึ่งแสงระยิบระยับเหล่านี้ จะช่วยนำเสนอมุมมองและวิธีการใหม่ ๆ ในการศึกษาพฤติกรรมของงมนุษย์ เช่น การประมาณการจำนวนประชากร การประเมินการใช้พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ห่างไกล การติดตามภัยพิบัติและความขัดแย้ง รวมถึงการทำความเข้าใจผลกระทบทางชีวภาพของมลภาวะทางแสงที่เพิ่มขึ้น

   แสงไฟในเวลากลางคืนเหล่านี้มีต้นกำเนิดมาจากหลากหลายแหล่งที่มา หลักๆ ก็คือ แสงจากการเกิดไฟส่องสว่างในยามค่ำคืนโดยตรง แสงสะท้อนที่พื้นผิวโลก และแสงจันทร์ เป็นต้น ซึ่งแสงไฟในเวลากลางคืนถูกบันทึกมาตั้งแต่ ปี 2535 โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่เปิดตัวปฏิบัติการ the Defense Meteorological Satellite Program (DMSP) ที่มีเซ็นเซอร์ Operational Linescan System (OLS) สามารถบันทึกข้อมูลที่มีรายละเอียด 2.7 กม. ต่อมาในปี 2554 NASA ได้เปิดตัวดาวเทียม Suomi NPP ทำให้เรามีข้อมูล VIIRS Day/Night Band (DNB) ที่มีรายละเอียด 375 และ 750 เมตร เมื่อปรับจูนข้อมูลทั้ง 2 ชุด ทำให้เรามีข้อมูลแสงไฟในเวลากลางคืนที่เป็นอนุกรมเวลาแบบยาว ที่จะช่วยให้เราศึกษาพฤติกรรมและกิจกรรมบนผิวโลกได้อย่างดียิ่งขึ้น

 

(ภาพที่ 2)

   หากเราวิเคราะห์ข้อมูลอนุกรมเวลาของแสงไฟในเวลากลางคืนในประเทศไทย ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2555 ถึง 2565 ด้วยวิธี Spacetime Data mining เพื่อหารูปแบบหรือแพทเทิร์นของการเกิดแสงไฟในเวลากลางคืนในพื้นที่ต่างๆ โดยพิจารณาข้อมูลอนุกรมเวลาโดยแสดงผลตามรูปแผนที่ด้านล่าง ซึ่งจะพบกว่าพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล เป็นพื้นที่ส่วนใหญ่มีความเข้มข้นของแสงแบบถาวร (สีส้ม) และมี่พื้นที่แสงที่มีความเข้มข้นมากขึ้น (สีเหลือง) ในจุดที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ในส่วนของพื้นที่สีส้มเข้มจะเป็นพื้นที่ที่อยู่ในช่วงการสะสมความเข้มแสงตามลำดับอนุกรมเวลา ซึ่งอาจพิจารณาได้ว่าเป็นพื้นที่ต่อขยายของการพัฒนาเมือง และถ้าเราพิจารณาให้ดีบริเวณส่วนต่อปลายพื้นที่ที่มีสีส้มเข้ม จะพบจุดสีแดงเข้ม ที่แสดงถึงพื้นที่ที่เป็นจุดแสงเกิดใหม่ หรือสามารถตีความได้ว่าเป็นการเกิดพัฒนาใหม่แผ่ขยายต่อเนื่องออกไป

 

(ภาพที่ 3 และ 4)

   ข้อมูลแบบนี้เราสามารถนำมาต่อยอดวิเคราะห์ได้อีกมากมาย เช่น การศึกษาเรื่องการขยายตัวของเมืองหรือทิศทางและแนวโน้มของการกลายเป็นเมือง รวมถึงรูปแบบการขยายตัว และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน นอกจากประเด็นดังกล่าวแล้ว เรายังสามารถนำข้อมูลนี้ไปวิเคราะห์เรื่องความเสี่ยงที่แสงไฟหรือมลพิษทางแสงจะสามารถไปมีผลกระทบต่อสัตว์ป่าที่อยู่โดยรอบในพื้นที่ป่า หากจุดแสงที่เกิดใหม่มีตำแหน่งที่เข้าใกล้พื้นที่เขตอนุรักษ์พันธ์สัตว์ป่า หรือแนวเขตอุทยานแห่งชาติ ที่อาจะก่อให้เกิดการบุกรุกทำลาย หรือเกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในอนาคตอีกด้วย

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

ดร.พี่เบว ศิริกุล หุตะเสวี

หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจการเกษตรและภูมิสังคม GISTDA

ที่มา

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องกรอกมีเครื่องหมาย

โดเมนอีเมลที่อนุญาต / Allowed email domains: *.or.th, *.ac.th, gmail.com, hotmail.com

แนะนำการใช้งานหน้าเนื้อหา

  1. ใช้เบรดครัมบ์ด้านบนเพื่อกลับไปยังหมวดต้นทาง
  2. เอกสารแนบและแกลเลอรีรูปภาพอยู่ท้ายเนื้อหา กดเพื่อเปิดหรือดาวน์โหลด
  3. ใช้ปุ่มแชร์เพื่อส่งต่อบทความนี้

การเข้าถึงและปุ่มลัด

  • กด Tab เพื่อไล่โฟกัส, Enter หรือ Space เพื่อสั่งงาน และ Esc เพื่อปิดหน้าต่างนี้
  • ลิงก์ "ข้ามไปยังเนื้อหา" อยู่จุดแรกสุดของทุกหน้า กด Tab หนึ่งครั้งจะเจอ
  • ปรับขนาดตัวอักษรและโหมดสี (ปกติ / มืด / คอนทราสต์สูง) ได้จากแถบด้านบน ระบบจะจำค่าไว้ให้
  • เว็บไซต์พัฒนาตามแนวทาง WCAG 2.2 ระดับ AA รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ