ประชาสัมพันธ์

17/01/2569 607
แชร์ :

GISTDA จับมือพัทยา เตรียมใช้ Digital Twin พลิกสู่ “เมืองอัจฉริยะ”

GISTDA จับมือพัทยา เตรียมใช้ Digital Twin พลิกสู่ "เมืองอัจฉริยะ"

   เมืองพัทยากำลังเตรียมการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่สมบูรณ์แบบ ล่าสุด GISTDA ได้นำเสนอแนวทางบูรณาการเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางข้อมูล (Data Infrastructure) ให้กับเมืองพัทยา โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีหัวใจสำคัญอย่าง Basemap และ Digital Twin มาเป็นกุญแจหลักในการบริหารจัดการเมือง

 การยกระดับครั้งนี้จะเปลี่ยนพัทยาจากการ "แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ" สู่การ "วางแผนและรับมืออย่างแม่นยำ" ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ดังนี้: 

1. วางรากฐานเมืองด้วย "Basemap" ความละเอียดสูง

จุดเริ่มต้นของ Smart City คือการมีแผนที่ที่แม่นยำและเป็นปัจจุบัน GISTDA จะนำข้อมูลจากดาวเทียมมาจัดทำ Basemap หรือแผนที่ฐานที่มีความละเอียดสูง เพื่อใช้เป็น "ผืนผ้าใบหลัก" ในการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน โดยเชื่อมโยงกับมิติสำคัญคือ:

• Green Area & Carbon (พื้นที่สีเขียวและคาร์บอน): ใช้แผนที่ระบุพิกัดและคำนวณพื้นที่สีเขียวรายแปลงได้อย่างแม่นยำ เพื่อสนับสนุนนโยบาย Pattaya Go Green ช่วยในการประเมินศักยภาพการดูดซับคาร์บอน (Carbon Sequestration) ของต้นไม้ในเมือง เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

• Safety (ความปลอดภัยในเชิงกายภาพ): ใช้ตรวจสอบจุดอับสายตา พื้นที่เสี่ยง หรือจุดที่แสงสว่างเข้าไม่ถึง บนโครงสร้างพื้นฐานจริง เพื่อวางแผนติดตั้งไฟส่องสว่างและกล้อง CCTV ได้ตรงจุด

• Tourism (การท่องเที่ยว): สร้างฐานข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวและสาธารณูปโภคที่ถูกต้องแม่นยำ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงข้อมูลพิกัดสถานที่ต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ

2. จำลองสถานการณ์เสมือนจริงด้วย "Digital Twin"

เมื่อมีแผนที่ฐานที่แม่นยำแล้ว ก้าวต่อไปคือการสร้าง Digital Twin หรือแบบจำลองเมืองเสมือนจริงในรูปแบบ 3 มิติ ซึ่งเกิดจากการประมวลผลข้อมูลมหาศาล เพื่อ "จำลองปัญหาก่อนเกิดจริง" ในมิติต่างๆ:

• การจัดการน้ำท่วม โดยการจำลองทิศทางการไหลของน้ำเมื่อเกิดฝนตกหนัก วิเคราะห์คอขวดของท่อระบายน้ำ และจำลองสถานการณ์น้ำท่วมขังในรูปแบบ 3 มิติ เพื่อวางแผนการระบายน้ำและการป้องกันล่วงหน้าได้อย่างตรงจุด

• มลพิษทางอากาศ โดยการจำลองรูปแบบการเคลื่อนตัวของฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศตามทิศทางลมและตึกสูง เพื่อแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงและวางแผนลดแหล่งกำเนิดมลพิษ

• การจัดการจราจร โดยการจำลองสภาพการจราจร (Traffic Simulation) เพื่อวิเคราะห์จุดรถติด และทดลองปรับเปลี่ยนการเดินรถหรือสัญญาณไฟในระบบจำลอง เพื่อหาโซลูชันที่ทำให้รถไหลลื่นที่สุดก่อนนำไปใช้จริง

3. ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยข้อมูล Real-time

นอกจากการวางผังเมืองแล้ว เทคโนโลยีอวกาศยังช่วยเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์รายวัน เพื่อความปลอดภัยและเศรษฐกิจของเมือง เช่น

• การเชื่อมโยงข้อมูลจราจรและอุบัติเหตุแบบเรียลไทม์เข้าสู่ศูนย์บัญชาการ เพื่อการสั่งการแก้ไขปัญหาหน้างานและการกู้ภัยที่รวดเร็วที่สุด

• การรายงานสภาพอากาศ คุณภาพอากาศ (PM 2.5) และสถานการณ์น้ำท่วม ให้นักท่องเที่ยวรับทราบผ่านแอปพลิเคชันหรือป้ายอัจฉริยะ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวในเมืองพัทยา

   การนำเสนอแนวทางของ GISTDA ในครั้งนี้ โดยเฉพาะการนำ Basemap และ Digital Twin มาใช้ขับเคลื่อนทั้ง 6 มิติสำคัญ ได้แก่ สิ่งแวดล้อม, อากาศ, น้ำ, ความปลอดภัย, จราจร, และการท่องเที่ยว ถือเป็นนวัตกรรมการบริหารเมืองยุคใหม่ ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างเมืองพัทยาและ GISTDA ในเร็วๆ นี้

   ความร่วมมือนี้จะเป็นเครื่องยืนยันว่า "พัทยา" ไม่ได้เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยวระดับโลก แต่กำลังจะเป็นต้นแบบของเมืองที่ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีอวกาศในการขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างแท้จริง

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องกรอกมีเครื่องหมาย

โดเมนอีเมลที่อนุญาต / Allowed email domains: *.or.th, *.ac.th, gmail.com, hotmail.com

แนะนำการใช้งานหน้าเนื้อหา

  1. ใช้เบรดครัมบ์ด้านบนเพื่อกลับไปยังหมวดต้นทาง
  2. เอกสารแนบและแกลเลอรีรูปภาพอยู่ท้ายเนื้อหา กดเพื่อเปิดหรือดาวน์โหลด
  3. ใช้ปุ่มแชร์เพื่อส่งต่อบทความนี้

การเข้าถึงและปุ่มลัด

  • กด Tab เพื่อไล่โฟกัส, Enter หรือ Space เพื่อสั่งงาน และ Esc เพื่อปิดหน้าต่างนี้
  • ลิงก์ "ข้ามไปยังเนื้อหา" อยู่จุดแรกสุดของทุกหน้า กด Tab หนึ่งครั้งจะเจอ
  • ปรับขนาดตัวอักษรและโหมดสี (ปกติ / มืด / คอนทราสต์สูง) ได้จากแถบด้านบน ระบบจะจำค่าไว้ให้
  • เว็บไซต์พัฒนาตามแนวทาง WCAG 2.2 ระดับ AA รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ