GISTDA จัดเวิร์กชอป “พลิกโฉมการบริหารประเทศด้วยภูมิสารสนเทศ” รวมพลังทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนแผนภูมิสารสนเทศชาติ
GISTDA จัดเวิร์กชอป “พลิกโฉมการบริหารประเทศด้วยภูมิสารสนเทศ” รวมพลังทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนแผนภูมิสารสนเทศชาติ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทอภ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการภูมิสารสนเทศแห่งชาติ (กภช.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เรื่อง “พลิกโฉมการบริหารประเทศด้วยภูมิสารสนเทศ และก้าวต่อไปของแผนปฏิบัติการด้านภูมิสารสนเทศแห่งชาติ” เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมกว่า 102 ท่าน 45 หน่วยงาน
.
การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านภูมิสารสนเทศแห่งชาติ พ.ศ. 2566–2570 พร้อมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และแนวทางพัฒนา เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การจัดทำแผนฉบับใหม่
ในอนาคต
.
ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการภูมิสารสนเทศแห่งชาติ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการบูรณาการข้อมูลภูมิสารสนเทศจากทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบายและการบริหารประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวถึงบทบาทของ GISTDA และ กภช. ในการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการฯ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านภูมิสารสนเทศ การเปิดเผยข้อมูล และการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกัน
.
ตลอดการประชุมมีการบรรยายและแลกเปลี่ยนความรู้ในประเด็นสำคัญ อาทิ ความก้าวหน้าของแผนปฏิบัติการด้านภูมิสารสนเทศ การพัฒนาระบบข้อมูลภูมิสารสนเทศกลางของประเทศ และแนวทางการจัดทำโครงการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 รวมถึงการเวิร์กชอประดมความคิดเห็น เพื่อร่วมกันกำหนด โครงการสำคัญด้านภูมิสารสนเทศในระยะต่อไป ทั้งในช่วงปลายแผนปัจจุบันและช่วงแผนใหม่ (พ.ศ. 2571–2575) โดยมุ่งหวังให้การใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศช่วยยกระดับการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
.
โดยที่ประชุมเห็นพ้องร่วมกันว่า “ระบบข้อมูลภูมิสารสนเทศกลางของประเทศ (NGIS)” จะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยง แลกเปลี่ยน และใช้ประโยชน์ข้อมูลระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นระบบ ช่วยยกระดับการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารประเทศ และสร้างประโยชน์ต่อภาคเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

แสดงความคิดเห็น