ประชาสัมพันธ์

13/06/2566 7,647
แชร์ :

5 ตัวอย่างพลังปัญญาประดิษฐ์ [AI] กับกิจการอวกาศ

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่านับตั้งแต่โลกของเราได้อุบัติระบบสมองกลหรือปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์ขึ้นมานั้น ได้มีส่วนช่วยให้มนุษย์แก้ไขปัญหา อุปสรรค หรือกระบวนการที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการริเริ่มพัฒนาจากการคำนวณขั้นพื้นฐาน จนกระทั่งปัจจุบันนับว่าปัญญาประดิษฐ์มีประโยชน์อย่างมากต่อวงการวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม ปรับเปลี่ยนให้หุ่นยนต์ที่เคยธรรมดาในอดีตกลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถคิดวิเคราะห์เองได้ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าปัญญาประดิษฐ์นับเป็นความสำเร็จของมนุษยชาติที่ทำให้เรามีพัฒนาการที่ก้าวกระโดดไปอีกขึ้น

ปัจจุบันประโยชน์ของการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบนโลกใบนี้เท่านั้น

  ต่อไปนี้คือ 5 ตัวอย่างที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้วงการอวกาศ  

1. ช่วยในการออกแบบและวางแผนภารกิจ

  ภารกิจอวกาศใหม่ๆจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ที่ผ่านการศึกษาและการทดลองก่อนหน้านี้ แต่ด้วยข้อมูลที่จำกัดอาจกลายเป็นอุปสรรคที่ท้าทายสำหรับวิศวกรในการวางแผนภารกิจสำรวจอวกาศ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จึงกลายเป็นตัวช่วยที่สำคัญที่ทำให้วิศวกรที่ทำหน้าที่ออกแบบภารกิจสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้อย่างง่ายดาย โดยเพียงแค่คลิกไม่กี่ครั้งเท่านั้น

   หนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในด้านนี้ก็คือ โปรแกรม DAPHANE เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่มีความสามารถในการสร้างระบบดาวเทียมสำรวจโลก ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการเก็บรวบรวมข้อมูลและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโลก ซึ่งรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับข้อเสนอแนะและคำตอบสำหรับคำถามที่เกี่ยวข้องกับภารกิจโดยเฉพาะ

 

2. ช่วยในกระบวนการผลิตดาวเทียมและยานอวกาศ

   กระบวนการในการสร้างดาวเทียมและยานอวกาศเป็นงานที่ต้องเป็นไปตามมาตราฐาน มีความซับซ้อนสูง และต้องการความแม่นยำสูงเช่นกัน อีกทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ทุกชิ้นราคาแพง การผลิตดาวเทียมและยานอวกาศจึงจำเป็นต้องมีห้องปฎิบัติการโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปนเปื้อนและข้อผิดพลาดระหว่างกระบวนการผลิต

   นี่จึงเป็นสาเหตุให้มีการพัฒนาหุ่นยนต์สมองกลขึ้นมาเพื่อช่วยให้ทำงานบางส่วนแทนมนุษย์ในกระบวนการผลิต ลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากมนุษย์ ยกตัวอย่างเช่น Cobots หรือ Collaborative robots เพื่อรักษามาตราฐานการทำงานให้คงที่ อีกทั้งปัญญาประดิษฐ์ยังสามารถวิเคราะห์กระบวนการที่เกี่ยวข้องเพื่อหาจุดที่ต้องปรับปรุง หรือตรวจสอบความถูกต้องของทั้งระบบ โดยประมวลผลข้อมูลใหญ่และซับซ้อนในเวลาอันรวดเร็ว

 

3. ช่วยในการประมวลผลจากข้อมูลดาวเทียม

   ในทุกๆวันดาวเทียมสำรวจโลกจะทำการบันทึกภาพพื้นผิวโลกตามภารกิจอย่างต่อเนื่อง จากนั้นจะส่งข้อมูลมาเก็บไว้ที่คลังข้อมูลผ่านสถานีรับสัญญาณภาคพื้นดิน ทำให้กลายเป็นข้อมูลจำนวนมหาศาลเมื่อเวลาผ่านไป และบ่อยครั้งที่มากเกินกว่าที่เพียงกำลังของนักวิทยาศาสตร์จะวิเคราะห์ข้อมูลภาพเหล่านี้ให้เสร็จได้ในแต่ละวัน

   หนึ่งในความสามารถของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) คือการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีจำนวนมากในระยะเวลาไม่นาน รวมถึงข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียม ที่ AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลตามต้องการจากภาพ เช่น ข้อมูลพื้นที่น้ำท่วม ข้อมูลความร้อน รวมไปถึงการคาดการณ์อนาคตบนพื้นฐานข้อมูลที่ได้จากภาพดาวเทียม เช่น ข้อมูลความเร็วลม ที่วิเคราะห์จากข้อมูลจากดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา หรือ การประเมินการประเมินการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ผ่านข้อมูลที่ได้จากดาวเทียมวงโคจรค้างฟ้า (geostationary satellite data)

   จุดได้เปรียบที่สำคัญของการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) คือความสามารถในการประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็วและไม่จำเป็นต้องหยุดพักเหมือนมนุษย์ ระบบสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้กระบวนการทำงานวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมโดยรวมของทั้งระบบนั้น จะมีประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการดำเนินงานที่มากขึ้น

 

4.ช่วยในเรื่องของระบบนำทาง

   ปัจจุบันเราใช้แอพลิเคชั่น Google Maps บนมือถือในการนำทางโดยอาศัยข้อมูลตำแหน่งจากกลุ่มดาวเทียมจีพีเอสหรือระบบกำหนดตำแหน่งอื่นๆ ในขณะเดียวกันในห้วงอวกาศยังไม่มีระบบดาวเทียมเฉกเช่นเดียวกันกับที่เราใช้บนพื้นโลก

   นักวิทยาศาสตร์จึงแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยอาศัยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยวิเคราะห์ภาพถ่ายจากดาวเทียมเพื่อระบุตำแหน่งของดาวเทียม หนึ่งในนั้นคือดาวเทียม Lunar Reconnaissance Orbiter (LRO) ที่ปัจจุบันโคจรอยู่รอบดวงจันทร์เพื่อปฎิบัติภารกิจทำแผนที่พื้นผิวดวงจันทร์ซึ่งได้มีการนำ AI มาช่วยในการวิเคราะห์ภาพและสร้างแผนที่อีกด้วย

 

5. ตรวจสอบสุขภาพดาวเทียม

   กิจการอวกาศโดยเฉพาะเกี่ยวกับดาวเทียมเป็นงานที่ซับซ้อนและอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย ซึ่งความเสียหายเพียงนิดเดียวอาจนำไปสู่ความล้มเหลวของภารกิจที่ใช้งบประมาณมหาศาล เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ผู้ให้บริการดาวเทียมใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ตรวจสอบความสมบูรณ์ของอุปกรณ์บนดาวเทียมและระบบต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์ สามารถตรวจสอบเซ็นเซอร์และอุปกรณ์ได้โดยอัตโนมัติ อีกทั้งสามารถแจ้งเตือนนักวิทยาศาสตร์เมื่อตรวจพอสิ่งผิดปกติ หรือแม้กระทั้งปัญญาประดิษฐ์ยังสามารถแก้ไข้ให้ทันทีเมื่อพบความผิดพลาดในระบบ

   วิศวกรยังใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อควบคุมการโคจรของดาวเทียมเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุต่างๆต่อด่าวเทียมดวงอื่นๆ โดยระบบ AI จะใช้ข้อมูลที่ได้รับมาก่อนหน้านี้เพื่อเรียนรู้และจดจำรูปแบบการโคจรของการดาวเทียมอื่นๆ และวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลปัจจุบันเพื่อตัดสินใจในการเปลี่ยนเส้นทางของดาวเทียมได้เพื่อป้องกันการชนกันหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

   เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ยังสามารถช่วยเรื่องการสื่อสารระหว่างดาวเทียมกลับไปยังสถานีควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลีกเลี่ยงการรบกวนจากสัญญาณอื่นๆ หรือปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อการสื่อสาร AI จะช่วยควบคุมปริมาณพลังงานเท่าที่จำเป็นเพื่อส่งสัญญาณหรือข้อมูลกลับมายังโลก

 

ทั้งหมดนี้เป็นแค่เพียงบางตัวอย่างของการพัฒนาด้านกิจการอวกาศที่มีปัญญาประดิษฐ์เป็นส่วนสำคัญในการช่วยผลักดันที่เกิดขึ้นจริงแล้วในปัจจุบัน เป็นการพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าการใช้ปัญญาประดิษฐ์ ไม่เพียงแค่สามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตบนโลกเท่านั้น แต่ยังสามารถสำรวจอวกาศได้อีกด้วย.

แท็ก

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องกรอกมีเครื่องหมาย

โดเมนอีเมลที่อนุญาต / Allowed email domains: *.or.th, *.ac.th, gmail.com, hotmail.com

แนะนำการใช้งานหน้าเนื้อหา

  1. ใช้เบรดครัมบ์ด้านบนเพื่อกลับไปยังหมวดต้นทาง
  2. เอกสารแนบและแกลเลอรีรูปภาพอยู่ท้ายเนื้อหา กดเพื่อเปิดหรือดาวน์โหลด
  3. ใช้ปุ่มแชร์เพื่อส่งต่อบทความนี้

การเข้าถึงและปุ่มลัด

  • กด Tab เพื่อไล่โฟกัส, Enter หรือ Space เพื่อสั่งงาน และ Esc เพื่อปิดหน้าต่างนี้
  • ลิงก์ "ข้ามไปยังเนื้อหา" อยู่จุดแรกสุดของทุกหน้า กด Tab หนึ่งครั้งจะเจอ
  • ปรับขนาดตัวอักษรและโหมดสี (ปกติ / มืด / คอนทราสต์สูง) ได้จากแถบด้านบน ระบบจะจำค่าไว้ให้
  • เว็บไซต์พัฒนาตามแนวทาง WCAG 2.2 ระดับ AA รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ