ประชาสัมพันธ์

20/05/2569 159
แชร์ :

แลนด์บริดจ์ “ระนอง-ชุมพร” ประตูเชื่อมสองทะเล จุดเปลี่ยนภูมิรัฐศาสตร์ไทยกับการเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่บนแผนที่โลก

 

“แลนบริดจ์ (Landbridge)” หรือ “สะพานเศรษฐกิจ” เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เพื่อเชื่อมทะเลอ่าวไทยและอันดามัน ปัจจุบันประเทศไทยกำลังศึกษาถึงความเป็นไปได้ มีเป้าหมายเพื่อลดระยะทางการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก 

.

แนวคิดการสร้างเส้นทางเชื่อมต่อสองฝั่งทะเลไทยมีมาหลายยุคสมัย ในอดีตมีความพยายามขุดคลองบริเวณแม่น้ำกระบุรี ซึ่งเป็นจุดที่แคบที่สุดระหว่างสองฝั่งที่เรียกว่า “คอคอดกระ” แต่ด้วยข้อกังวลด้านความมั่นคงและสภาพภูมิประเทศทำให้โครงการยุติลง โดยครั้งล่าสุดที่มีการผลักดันแนวคิดนี้ เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2544 จากการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญของวุฒิสภา เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของ “คลองไทย” ซึ่งปรับเขตการศึกษาลงมายังพื้นที่ 9A (จังหวัดกระบี่ - สงขลา)

.

ด้วยข้อจำกัดด้านความมั่นคงและความเสี่ยงต่อระบบนิเวศทางทะเลจากแนวคิดการขุดคลอง จึงปรับแนวทางสู่ “แลนบริดจ์” ซึ่งเป็นการสร้างโครงข่ายถนนและรางเชื่อมต่อท่าเรือน้ำลึกทั้งสองฝั่ง โดยถูกผลักดันอย่างต่อเนื่องหลายยุคสมัย แลนด์บริดจ์สายแรกเริ่มขึ้นในปี พ.ศ.2536 ภายใต้แผนการพัฒนาเซาเทิร์นซีบอร์ด (Southern Seaboard Development Plan: SSB) เส้นทางกระบี่ - ขนอม เพื่อรองรับการขยายตัวของการขนส่งสินค้า รวมถึงยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของภาคใต้ โดยแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2546 แต่ด้วยบริเวณการสร้างท่าเรือของแลนด์บริดจ์สายดังกล่าวอาจส่งผลเสียต่อระบบนิเวศ จากผลการศึกษาในปี พ.ศ.2538 ภายหลังจึงได้ปรับตำแหน่งการศึกษาไปยังหลายเส้นทาง แต่ข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ทำให้โครงการถูกยุติลงอีกครั้ง 

 .

ตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 ประเทศไทยกลับมาศึกษาเส้นทางใหม่อีกครั้ง โดยให้ความสำคัญกับจังหวัดระนอง - ชุมพร ภายใต้แผนพัฒนาตามระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Econ omic Corridor: SEC) โดยเส้นทางที่กำลังมีแผนการศึกษาจะพัฒนาท่าเรือน้ำลึกบริเวณแหลมอ่าวอ่าง จังหวัดระนอง และแหลมริ่ว จังหวัดชุมพรรวมถึงการสร้างทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) MR8 และรถไฟรางคู่ เพื่อเชื่อมระหว่างท่าเรือน้ำลึกทั้งสองฝั่ง โดยทั้งหมดถูกออกแบบให้เป็น “ทางเลื่อนสำหรับถ่ายโอนสินค้า” มีระยะทางประมาณ 90 - 109 กิโลเมตร เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางด้านคมนาคมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

.

ภาคใต้ของประเทศไทยถือเป็นภูมิภาคที่ได้เปรียบด้านภูมิประเทศ เนื่องจากมีลักษณะเป็น “คาบสมุทร” โดยฝั่งตะวันตกติดทะเลอันดามันเชื่อมต่อกับมหาสมุทรอินเดีย และทางฝั่งตะวันออกติดทะเลอ่าวไทยเชื่อมต่อกับมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้มีศักยภาพในการพัฒนาด้านการขนส่งทางทะเล โดยเฉพาะจังหวัดระนองและชุมพร ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงที่มีระยะเชื่อมระหว่างสองทะเลที่สั้นที่สุดของคาบสมุทรไทย จึงมีความเหมาะสมด้านระยะทางในเชิงทฤษฎี สามารถรองรับการเติบโตด้านคมนาคม โดยอาจเชื่อมโยงระหว่างเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) และภาคตะวันออก (EEC) ได้ในอนาคต

.

ถ้ามองในมุมของการแข่งขันด้านเศรษฐกิจ คาดการณ์ว่า “แลนบริดจ์สายระนอง - ชุมพร” หากถูกพัฒนาให้เกิดขึ้นจริง อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภูมิรัฐศาสตร์ไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากประเทศไทยมีข้อได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้ง ซึ่งถือเป็นจุดศูนย์กลางของภูมิภาค ทำให้สามารถเชื่อมต่อมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกได้โดยตรง ช่วยลดระยะเวลาการเดินทาง และความแออัดของ “ช่องแคบมะละกา” ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งทางทะเล อีกทั้งยังเป็นจุดยุทธศาสตร์หลักของภูมิภาคเอเชีย ปัจจุบันมีเรือสัญจรมากกว่า 100,000 ลำต่อปี คิดเป็นหนึ่งในช่องแคบที่มีการเดินเรือหนาแน่นเป็นอันดับ 2 ของโลก นอกจากนี้ยังเป็นเส้นทางการลำเลียงน้ำมันของโลกถึง 35% ส่งผลให้ช่องแคบดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ จากความแออัดของการสัญจรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจต้องผ่านการศึกษาเชิงลึกด้านต้นทุนการขนถ่าย ปริมาณสินค้า และการแข่งขันในภูมิภาคต่อไป

.

จากข้อได้เปรียบด้านภูมิประเทศ ส่งผลให้แลนด์บริดจ์ถูกมองว่า อาจเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับบทบาทประเทศไทยต่อภูมิรัฐศาสตร์และการคมนาคมทางทะเลของโลก อย่างไรก็ตาม ตามแนวแผนการก่อสร้างยังเป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรธรรมชาติสำคัญ เช่น ป่าชายเลนบริเวณชายฝั่ง แนวปะการังกับหญ้าทะเล สัตว์น้ำ รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนประมงที่อยู่ตามแนวเส้นทาง จำเป็นต้องมีการประเมินอย่างละเอียดในขั้นต่อไป 

.

กระบวนการประเมินดังกล่าว เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศสามารถเข้ามามีบทบาท ตั้งแต่จัดทำแผนที่ เพื่อใช้วิเคราะห์เส้นทางด้วยข้อมูลจากดาวเทียมความละเอียดสูง จนถึงติดตามความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศชายฝั่งและป่าด้วยเทคโนโลยีการรับรู้จากระยะไกล (Remote Sensing) รวมถึงวิเคราะห์ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องระยะยาว เนื่องด้วยโครงการนี้อาจมีผลต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ดังนั้นต้องให้ความสำคัญตั้งแต่การสำรวจ การประเมินทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและบริบททางสังคม ตลอดจนการติดตามความเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การพัฒนามีประสิทธิภาพควบคู่กับการลดความเสี่ยงต่อสภาพแวดล้อมและชุมชนให้มากที่สุด

.

แลนด์บริดจ์ระนอง - ชุมพร อาจไม่ใช่แค่คำตอบของการเดินเรือทางทะเลเพียงอย่างเดียว แต่คือโครงการที่เกี่ยวพันทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และภูมิรัฐศาสตร์ แม้เราจะมีข้อมูลเชิงพื้นที่จากดาวเทียมเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนการศึกษา แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายควรมาจากกระบวนการที่รอบคอบ  ครอบคลุมในทุกมิติควบคู่กับการรับฟังเสียงของชุมชนอย่างแท้จริง ซึ่งอาจเป็นบททดสอบของไทยกับการก้าวสู่ศูนย์กลางการคมนาคมของภูมิภาค โดยยังรักษาทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนในพื้นที่ไว้ รวมถึงสร้างความยั่งยืนให้พื้นที่ได้หรือไม่ นี่คือโจทย์ใหญ่ที่คนไทยต้องร่วมกันจับตามอง

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องกรอกมีเครื่องหมาย

โดเมนอีเมลที่อนุญาต / Allowed email domains: *.or.th, *.ac.th, gmail.com, hotmail.com

แนะนำการใช้งานหน้าเนื้อหา

  1. ใช้เบรดครัมบ์ด้านบนเพื่อกลับไปยังหมวดต้นทาง
  2. เอกสารแนบและแกลเลอรีรูปภาพอยู่ท้ายเนื้อหา กดเพื่อเปิดหรือดาวน์โหลด
  3. ใช้ปุ่มแชร์เพื่อส่งต่อบทความนี้

การเข้าถึงและปุ่มลัด

  • กด Tab เพื่อไล่โฟกัส, Enter หรือ Space เพื่อสั่งงาน และ Esc เพื่อปิดหน้าต่างนี้
  • ลิงก์ "ข้ามไปยังเนื้อหา" อยู่จุดแรกสุดของทุกหน้า กด Tab หนึ่งครั้งจะเจอ
  • ปรับขนาดตัวอักษรและโหมดสี (ปกติ / มืด / คอนทราสต์สูง) ได้จากแถบด้านบน ระบบจะจำค่าไว้ให้
  • เว็บไซต์พัฒนาตามแนวทาง WCAG 2.2 ระดับ AA รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ