ประชาสัมพันธ์

20/05/2566 3,262
แชร์ :

เทคโนโลยีอวกาศกับการขับเคลื่อนภาคการเกษตร

   ข้อมูลจาก “ศูนย์วิจัยกรุงไทย” ระบุว่า เทคโนโลยีอวกาศจะช่วยยกระดับศักยภาพของภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะธุรกิจภาคการเกษตรใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจเกษตร ธุรกิจขนส่ง และธุรกิจก่อสร้าง การใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายจากดาวเทียม จะช่วยลดผลกระทบต่อผลผลิตข้าวจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้ราว 2,354 ล้านบาทต่อปี ในภาคขนส่ง การใช้เทคโนโลยีระบบนำทางจากดาวเทียมจะลดความเสียหายของผลผลิตระหว่างการขนส่งสินค้าส่งออกในกลุ่มผักและผลไม้ได้ราว 3,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ภาคก่อสร้าง สามารถนำเทคโนโลยีการสำรวจข้อมูลระยะไกล มาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีโดรน เพื่อทำการสำรวจและปรับพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพก่อนดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งช่วยให้ต้นทุนการก่อสร้างลดลงราว 10-20%

   นี่เป็นตัวเลขที่ทางศูนย์คาดการณ์ในภาคการเกษตรเท่านั้น ยังไม่นับรวมกับธุรกิจในภาคอื่นๆที่มีการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าอาชีพหลักของคนไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันคือภาคการเกษตร วิถีชีวิตความเป็นอยู่ สิ่งที่เกษตรกรไทยกำลังทำอยู่ถือว่ามีความสำคัญและท้าทายมากในระดับโลกเลยทีเดียว นั่นหมายถึง ความมั่นคงทางด้านอาหารและโภชนาการ นอกจากจะไว้บริโภคภายในประเทศแล้ว ยังส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศอีกด้วย สิ่งที่ได้รับกลับมานอกจากรายได้แล้ว ยังก่อให้เกิดความเชื่อมั่นต่อผลผลิตและคุณภาพที่ส่งไปอีกด้วย ซึ่งเกิดจากความร่วมมือในการส่งเสริมภาคการเกษตรในทุกมิติไปจนถึงเทคโนโลยีที่นำมาใช้อีกด้วย

   ในภาคการเกษตร เทคโนโลยีอวกาศจะช่วยสนับสนุนการเกษตรที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีในการบริหารและตัดสินใจเพื่อเพิ่มศักยภาพของพื้นที่ให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า เพื่อการวิเคราะห์ และติดตามพื้นที่เพาะปลูก ที่จะนำไปสู่การคาดการณ์ปริมาณผลผลิตในอนาคต รวมทั้งการติดตามพื้นที่อุทกภัยที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อผลผลิต ซึ่งหากมีการใช้ข้อมูลติดตามและแจ้งข่าวสารอย่างจริงจังจะช่วยให้เกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนเพื่อการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวได้อย่างทันท่วงที และไม่ส่งผลเสียหายต่อผลผลิต นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมโดยรอบพื้นที่ อาทิ น้ำ อากาศ ความเหมาะสมของคุณภาพดิน และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้ในการวิเคราะห์เพื่อเพิ่มศักยภาพของพื้นที่เพาะปลูกอีกด้วย อันจะนำไปสู่การเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย นอกจากนี้ เทคโนโลยีอวกาศยังครอบคลุมถึงการอนุรักษ์ที่ดิน น้ำ พืช ทรัพยากรต่างๆ ความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ ผ่านการบริหารจัดการข้อมูลด้วย GIS นำไปสู่การใช้งานด้านโซลูชั่น แอปพลิเคชัน ที่ง่ายยิ่งขึ้น โดยเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยสนับสนุนและเติมเต็มในเรื่องการผลิตอาหารที่ยั่งยืนและติดตามความท้าทายจากธรรมชาติที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงภัยจากแมลงศัตรูพืช ดังนั้น ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะภาคประชาชนที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศต่อไป ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพัฒนาควบคู่กันไปกับโครงสร้างพื้นฐานด้านอื่นๆเพื่อตอบโจทย์ความท้ายทายที่หลากหลายทั้งภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาคสังคม และภาคสิ่งแวดล้อม

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก ศูนย์วิจัยกรุงไทย

แท็ก

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องกรอกมีเครื่องหมาย

โดเมนอีเมลที่อนุญาต / Allowed email domains: *.or.th, *.ac.th, gmail.com, hotmail.com

แนะนำการใช้งานหน้าเนื้อหา

  1. ใช้เบรดครัมบ์ด้านบนเพื่อกลับไปยังหมวดต้นทาง
  2. เอกสารแนบและแกลเลอรีรูปภาพอยู่ท้ายเนื้อหา กดเพื่อเปิดหรือดาวน์โหลด
  3. ใช้ปุ่มแชร์เพื่อส่งต่อบทความนี้

การเข้าถึงและปุ่มลัด

  • กด Tab เพื่อไล่โฟกัส, Enter หรือ Space เพื่อสั่งงาน และ Esc เพื่อปิดหน้าต่างนี้
  • ลิงก์ "ข้ามไปยังเนื้อหา" อยู่จุดแรกสุดของทุกหน้า กด Tab หนึ่งครั้งจะเจอ
  • ปรับขนาดตัวอักษรและโหมดสี (ปกติ / มืด / คอนทราสต์สูง) ได้จากแถบด้านบน ระบบจะจำค่าไว้ให้
  • เว็บไซต์พัฒนาตามแนวทาง WCAG 2.2 ระดับ AA รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ