ประชาสัมพันธ์

30/06/2567 1,195
แชร์ :

รู้จักอุปกรณ์​ MMU: เบื้องหลังการเดินอวกาศแบบไม่ผูกสายเป็นครั้งแรก

   ภาพถ่ายของนักบินอวกาศ ที่ลอยล่องอยู่นอกโลกโดยไม่มีการผูกสายใด ๆ เชื่อมกับยานอวกาศ เป็นหนึ่งในรูปจากอวกาศที่โด่งดังที่สุดภาพหนึ่ง ซึ่งยังได้รับการกล่าวถึงและเผยแพร่จวบจนปัจจุบัน

   แต่เบื้องหลังภาพถ่ายที่สวยงามเช่นนี้ ก็เต็มไปด้วยความตึงเครียดของทีมภารกิจบนโลก จากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างนักบินอวกาศกำลังลอยออกไปนอกยาน เพราะข้อผิดพลาดเล็ก ๆ แม้แต่จุดเดียว ก็อาจหมายถึงการสูญเสียลูกเรือไปโดยแทบไม่มีแผนการช่วยเหลือได้เลย

   ชายที่อยู่ในภาพดังกล่าว คือ Bruce McCandless II นักบินอวกาศ NASA ที่ร่วมเดินทางไปกับกระสวยอวกาศชาเลนเจอร์ ในภารกิจ STS-41-B เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1984 เพื่อทำการทดสอบอุปกรณ์ชื่อ MMU หรือ Manned Maneuvering Unit หรือระบบขับดันด้วยก๊าซไนโตรเจน ที่ติดเข้ากับด้านหลังของชุดนักบินอวกาศ ทำให้สามารถบังคับทิศทางการเคลื่อนที่ไปมาในวงโคจรรอบโลกได้อย่างอิสระ โดยไม่จำเป็นต้องผูกสายไว้กับยานอวกาศ หรือยึดเกาะกับโครงสร้างของกระสวยอวกาศ

   ในช่วงเวลาดังกล่าว มนุษยชาติมีประสบการณ์การทำ Spacewalk หรือออกไปเดินอวกาศเพื่อทำภารกิจภายนอกยานเพียงไม่ถึง 20 ปีเท่านั้น และการใช้อุปกรณ์ MMU บนสภาพแวดล้อมจริงครั้งแรก ถือเป็นความเสี่ยงสูงมาก ๆ จน McCandless ต้องพูดกึ่งตลกเพื่อช่วยผ่อนคลายความกังวลของทีมภารกิจว่า “มันอาจเป็นก้าวเล็ก ๆ ของนีล (อาร์มสตรอง) แต่นี่เป็นก้าวกระโดดที่ใหญ่มาก ๆ สำหรับผมเลยนะ”

   บทบาทหลักของ McCandless คือการสาธิตการบังคับ MMU ให้เคลื่อนไหวไปมาได้อย่างอิสระ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักบินอวกาศในภารกิจต่อไป นำไปใช้เพื่อเก็บดาวเทียมกลับมาในช่องเก็บสัมภาระของกระสวยอวกาศ ซึ่ง McCandless ลอยออกไปห่างจากกระสวยฯ ชาเลนเจอร์มากสุดที่ระยะ 98 เมตร นับเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่ง ที่มนุษย์สามารถเดินทางไปไกลจากยานอวกาศตนเอง โดยไร้ซึ่งพันธนาการใด ๆ

   ภาพถ่ายชุดประวัติศาสตร์นี้ ถูกบันทึกโดย Robert Gibson นักบินกระสวยอวกาศ ซึ่งเป็นคนเดียวในระหว่างการทำ Spacewalk ที่ไม่มีหน้าที่ใด ๆ ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของนักบินอวกาศข้างนอกยาน เขาจึงรับบทเป็นตากล้องคอยบันทึกวินาทีที่ McCandless ค่อย ๆ ลอยออกไปสู่อวกาศลึก ซึ่งเจ้าตัวเปิดเผยว่าต้องเอียงมุมกล้องให้รับกับการทำมุม 28.5 องศาของกระสวยฯ ชาเลนเจอร์ เพื่อให้เห็นโลกทั้งใบอยู่เบื้องล่างนักบินอวกาศ จนกลายเป็นภาพถ่ายที่สวยงามเช่นนี้

   หลังจากความสำเร็จของการสาธิตระบบในภารกิจ STS-41-B อุปกรณ์ MMU ถูกนำขึ้นไปใช้งานจริงกับภารกิจ STS-41-C ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1984 และภารกิจ STS-51-A ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1984 ที่มีการนำเก็บดาวเทียมรวม 3 ดวงกลับมายังโลกได้สำเร็จ ก่อนจะถูกยกเลิกการใช้งานไปหลังเกิดเหตุโศกนาฏกรรมกระสวยฯ ชาเลนเจอร์ในปี 1986 กอปรกับการปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์โครงการกระสวยอวกาศของ NASA ทำให้อุปกรณ์ดังกล่าว ถูกมองว่ามีความเสี่ยงเกินไป และสามารถใช้แขนกลอัตโนมัติทำหน้าที่ทดแทนได้หากมีความจำเป็น

   ในปัจจุบัน นักบินอวกาศที่ใช้ชุดอวกาศ EMU หรือ Extravehicular Mobility Unit จาก NASA ยังมีการติดตั้งระบบขับดันขนาดเล็กชื่อ SAFER ซึ่งย่อมาจาก Simplified Aid For EVA Rescue เพื่อใช้ขับเคลื่อนพานักบินอวกาศกลับมายังสถานีอวกาศ หรือยานของพวกเขา ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น และนับจากที่ภารกิจ STS-51-A สิ้นสุดลง ก็ไม่มีการเดินอวกาศครั้งใด ที่นักบินอวกาศไม่ผูกสายรัดไว้กับยานอวกาศอีกเลย

   MMU นับเป็นหนึ่งในนวัตกรรมอวกาศ ที่ถูกออกแบบมาให้นักบินอวกาศสามารถลอยล่องออกไปนอกยานได้อย่างอิสระ เพื่อทำงานที่ซับซ้อนขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องผูกสายเชื่อมไว้กับยานอวกาศ และในยุคสมัยที่มีภารกิจเดินทางไปสำรวจเป้าหมายต่าง ๆ ในระบบสุริยะ ย่อมมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อทำให้การสำรวจมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมกับเป็นผลพลอยได้เพื่อมาพัฒนาต่อยอดกับทุกชีวิตบนโลกได้อีกเช่นกัน

 

อ้างอิง:

https://www.nasa.gov/history/photos-from-sts-41b/

https://www.lockheedmartin.com/en-us/news/features/history/mmu.html

https://ntrs.nasa.gov/api/citations/19790008382/downloads/19790008382.pdf

 

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องกรอกมีเครื่องหมาย

โดเมนอีเมลที่อนุญาต / Allowed email domains: *.or.th, *.ac.th, gmail.com, hotmail.com

แนะนำการใช้งานหน้าเนื้อหา

  1. ใช้เบรดครัมบ์ด้านบนเพื่อกลับไปยังหมวดต้นทาง
  2. เอกสารแนบและแกลเลอรีรูปภาพอยู่ท้ายเนื้อหา กดเพื่อเปิดหรือดาวน์โหลด
  3. ใช้ปุ่มแชร์เพื่อส่งต่อบทความนี้

การเข้าถึงและปุ่มลัด

  • กด Tab เพื่อไล่โฟกัส, Enter หรือ Space เพื่อสั่งงาน และ Esc เพื่อปิดหน้าต่างนี้
  • ลิงก์ "ข้ามไปยังเนื้อหา" อยู่จุดแรกสุดของทุกหน้า กด Tab หนึ่งครั้งจะเจอ
  • ปรับขนาดตัวอักษรและโหมดสี (ปกติ / มืด / คอนทราสต์สูง) ได้จากแถบด้านบน ระบบจะจำค่าไว้ให้
  • เว็บไซต์พัฒนาตามแนวทาง WCAG 2.2 ระดับ AA รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ