ประชาสัมพันธ์

15/03/2568 3,757
แชร์ :

รู้จักศูนย์ AIT ของประเทศไทย “ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ” มาตรฐานระดับโลก

!!! ทราบหรือไม่ ประเทศไทยตอนนี้มีห้องคลีนรูมขนาดใหญ่ สำหรับการประกอบและทดสอบดาวเทียมเพื่อนำส่งขึ้นสู่อวกาศ พร้อมวิศวกรผู้มีความเชี่ยวชาญ ที่ร่วมพัฒนาดาวเทียมดวงใหม่ของประเทศอยู่ในปัจจุบัน

   สถานที่แห่งนี้คือ ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ หรือ AIT (ย่อมาจาก Assembly Integration and Testing) ตั้งอยู่ในอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

   AIT เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมการบินและอวกาศของประเทศ กล่าวคือเป็นสถานที่สำหรับการพัฒนาชิ้นส่วน ประกอบ และทดสอบดาวเทียมที่มีน้ำหนักไม่เกิน 500 กิโลกรัม ผ่านอุปกรณ์ที่จำลองสภาพแวดล้อมบนห้วงอวกาศในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่...

  1. Vibration Testing: เป็นอุปกรณ์จำลองการสั่นสะเทือน ซึ่งมักเกิดขึ้นระหว่างจรวดนำส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศ เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างของดาวเทียมมีความแข็งแกร่งเพียงพอ และสามารถรอดพ้นจากแรงสั่นสะเทือนระหว่างขึ้นสู่อวกาศได้ โดยอุปกรณ์ใน AIT ของ GISTDA สามารถจำลองแรงสั่นสะเทือนได้หลากหลายรูปแบบ รวมถึงตำแหน่งติดตั้งดาวเทียมในทิศทางต่าง ๆ

  2. Thermal Cycling Testing: เป็นอุปกรณ์เพื่อทดสอบความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิบนอวกาศ ซึ่งดาวเทียมจะเผชิญกับความร้อนระหว่างอยู่ในฝั่งหันเข้าหาดวงอาทิตย์ และเผชิญกับความเย็นเมื่ออยู่ในเงามืดของโลก โดยดาวเทียมในวงโคจรแบบ Low Earth Orbit จะต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิร้อน-เย็นในห้วงอวกาศถึง 16 ครั้งต่อวัน

  3. Thermal Vacuum Testing: เป็นอุปกรณ์ที่ต่อยอดจาก Thermal Cycling Testing เพื่อจำลองสภาพอวกาศที่ดาวเทียมต้องเผชิญ ทั้งความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ พร้อมกับดูดอากาศออกเพื่อทำให้ภายในอุปกรณ์ทดลองเป็นสภาวะสูญญากาศ วิศวกรสามารถตรวจดูความสามารถในการถ่ายเทความร้อนของดาวเทียม การกางออกของอุปกรณ์ในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง เช่นเดียวกับการคายก๊าซจากวัสดุต่าง ๆ เพื่ออยู่ในสูญญากาศ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการทำงานของอุปกรณ์บนดาวเทียมได้

  4. Mass Properties Measurement System: เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับการวัดคุณสมบัติเชิงมวลของดาวเทียม ได้แก่ น้ำหนัก (Mass) จุดศูนย์กลางมวล (Centre of Gravity) และโมเมนต์ความเฉื่อย (Moment of Inertia) ซึ่งเป็นค่าที่ผู้พัฒนาดาวเทียม จำเป็นต้องทราบเพื่อกำหนดในซอฟแวร์สำหรับควบคุมการทรงตัวของดาวเทียม (Guidance and Control System) เพื่อทำให้ดาวเทียมสามารถควบคุมทิศทาง และการหมุนตัว ในขณะที่อยู่บนวงโคจรได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ นอกจากนั้นผู้พัฒนาดาวเทียมจะต้องส่งผลการวัดค่าคุณสมบัติเชิงมวลของดาวเทียมให้กับผู้ให้บริการจรวดนำส่ง (Launch Service Provider) เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับกำหนดในซอฟแวร์ควบคุมการทรงตัวและวิถีการนำส่งของจรวด ซึ่งจะส่งผลให้จรวดสามารถนำส่งดาวเทียมขึ้นสู่วิถีวงโคจรที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ

   ปัจจุบัน ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ เป็นสถานที่สำหรับทดสอบดาวเทียม THEOS-2A โดยวิศวกรดาวเทียมของ GISTDA ได้ร่วมพัฒนาและรับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญของประเทศอังกฤษ เพื่อนำมาส่งต่อและพัฒนาอุตสาหกรรมและบุคลากรด้านอวกาศของประเทศไทย รวมถึงการริเริ่มโมเดลวิศวกรรมของดาวเทียม THEOS-3 อยู่ในขณะนี้

   ในเวลาเดียวกัน GISTDA ยังได้เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้ลองประกอบดาวเทียม ภายใต้โครงการ School Satellite Competition ณ ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ เพื่อเฟ้นหาตัวแทนเยาวชนไทยมาพัฒนาดาวเทียม CubeSat สำหรับนำส่งขึ้นบินจริง พร้อมกับให้บริการ AIT สำหรับการใช้งานของหน่วยงานจากภาคส่วนราชการ อาทิ การทดสอบดาวเทียม TSC-1 ภายใต้ภาคีความร่วมมืออวกาศไทย หรือ Thai Space Consortium หรือการทดสอบดาวเทียม TU-1 โดยศูนย์วิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการบินและอวกาศกองทัพอากาศ หรือ ศวอ.ทอ

   นอกจากนี้ GISTDA ยังได้ให้บริการ AIT สำหรับภาคส่วนเอกชนของไทย อาทิ การทดสอบวัสดุอุปกรณ์ ของบริษัท สยามคอมเพรสเซอร์อุตสาหกรรม จำกัด เช่นเดียวกับการทดสอบโดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และรวมถึงให้บริการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง ประเทศสิงคโปร์ เพื่อเข้ามาทดสอบดาวเทียมชื่อว่า ‘ELITE’ (Extremely Low Earth Imaging Technology Explorer) ก่อนนำส่งขึ้นสู่อวกาศ เช่นเดียวกับหน่วยงานอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมอวกาศ ที่สามารถเข้ามาใช้บริการ AIT ได้ในอนาคต

   ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ เป็นสถานที่ทดสอบมีความทันสมัย ได้รับมาตรฐานสากล พร้อมกับวิศวกรของ GISTDA ที่ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการประกอบและทดสอบดาวเทียมโดยตรง ซึ่งพร้อมดูแลการปฏิบัติการทดสอบอย่างครบวงจร และส่งต่อองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมอวกาศเชิงลึกให้กับบุคลากรภายในประเทศ พร้อมเป็นรากฐานสำคัญเพื่อร่วมพัฒนาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอวกาศไทยอย่างยั่งยืน

  GISTDA มุ่งมั่นพัฒนากิจการอวกาศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรมการบินและอวกาศของประเทศ เติมเต็มช่องว่างในระบบนิเวศอวกาศของไทย และเป็นโอกาสสำหรับเยาวชนที่สนใจสายงานด้านอวกาศ เพื่อร่วมกันผลักดันประเทศ และนำคุณค่าจากอวกาศมาเพื่อพัฒนาเป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องกรอกมีเครื่องหมาย

โดเมนอีเมลที่อนุญาต / Allowed email domains: *.or.th, *.ac.th, gmail.com, hotmail.com

แนะนำการใช้งานหน้าเนื้อหา

  1. ใช้เบรดครัมบ์ด้านบนเพื่อกลับไปยังหมวดต้นทาง
  2. เอกสารแนบและแกลเลอรีรูปภาพอยู่ท้ายเนื้อหา กดเพื่อเปิดหรือดาวน์โหลด
  3. ใช้ปุ่มแชร์เพื่อส่งต่อบทความนี้

การเข้าถึงและปุ่มลัด

  • กด Tab เพื่อไล่โฟกัส, Enter หรือ Space เพื่อสั่งงาน และ Esc เพื่อปิดหน้าต่างนี้
  • ลิงก์ "ข้ามไปยังเนื้อหา" อยู่จุดแรกสุดของทุกหน้า กด Tab หนึ่งครั้งจะเจอ
  • ปรับขนาดตัวอักษรและโหมดสี (ปกติ / มืด / คอนทราสต์สูง) ได้จากแถบด้านบน ระบบจะจำค่าไว้ให้
  • เว็บไซต์พัฒนาตามแนวทาง WCAG 2.2 ระดับ AA รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ