ประชาสัมพันธ์
รัสเซีย ดินแดนแห่งความสุดขั้ว เมื่อ “ภาวะโลกร้อน” ไม่ได้แปลว่าร้อนเสมอไป

รัสเซีย ดินแดนแห่งความสุดขั้ว เมื่อ "ภาวะโลกร้อน" ไม่ได้แปลว่าร้อนเสมอไป
หากพูดถึง Climate Change หลายคนมักจินตนาการถึงน้ำแข็งขั้วโลกละลายหรืออากาศที่ร้อนตับแลบ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นใน "รัสเซีย" ขณะนี้ คือหนังตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกกำลังสร้างความ "แกว่ง" (Volatility) ของสภาพอากาศที่รุนแรงจนน่าขนลุก โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่ผ่านมา รัสเซียได้กลายเป็นสมรภูมิของความหนาวเหน็บและพายุหิมะที่ทุบทำลายสถิติโลกไปแล้ว
"นรกน้ำแข็ง" แห่งไซบีเรีย Oymyakon และ Yakutsk
ในขณะที่โลกกังวลเรื่องอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ที่ สาธารณรัฐซาฮา (Yakutia) ในไซบีเรียตะวันออก กลับกำลังเผชิญกับความหนาวเย็นที่แช่แข็งทุกสรรพสิ่ง
- เมืองยาคุตสก์ (Yakutsk) เมืองหลวงที่หนาวที่สุดในโลก ชีวิตประจำวันคือการต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด อุณหภูมิเฉลี่ยติดลบ -40°C ถึง -50°C เป็นเรื่องปกติ แต่ในระยะหลัง ความหนาวเย็นเริ่มยาวนานและรุนแรงขึ้น การเดินฝ่าลมหนาวเพียงไม่กี่นาทีอาจทำให้ขนตาจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง และรถยนต์ต้องติดเครื่องยนต์ไว้ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อป้องกันน้ำมันเครื่องแข็งตัว
- หมู่บ้านโอมยาคอน (Oymyakon) เจ้าของฉายา "The Pole of Cold" หรือจุดที่มีคนอาศัยอยู่ที่หนาวที่สุดในโลก เคยบันทึกสถิติต่ำสุดขั้วถึง -67.7°C ความหนาวระดับนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของฤดูกาล แต่เกิดจากปัจจัยทางภูมิศาสตร์ 3 อย่างรวมกันคือ
ละติจูดสูง อยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือ ได้รับแสงอาทิตย์น้อยมากในฤดูหนาว
ความเป็นทวีป (Continental Climate) พื้นที่ขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างไกลทะเล ทำให้ไม่มีมวลน้ำมาช่วยปรับอุณหภูมิ ดินแดนนี้จึงเก็บความเย็นได้เต็มที่
ภูมิประเทศแบบหุบเขา พื้นที่เมืองถูกล้อมรอบด้วยภูเขา ทำให้เกิด "กับดักความเย็น" อากาศเย็นที่มีความหนาแน่นสูงจะไหลลงไปกองรวมกันที่ก้นกระทะ (จุดที่ตั้งเมือง) และขังตัวอยู่อย่างนั้น ไม่สามารถระบายออกไปได้
คาบสมุทรคัมชัตคา เมื่อหิมะกลายเป็นศัตรู
ตัดภาพไปยัง คาบสมุทรคัมชัตคา (Kamchatka) ทางตะวันออกไกล ที่นี่ไม่ได้เผชิญแค่ความหนาว แต่เจอกับ "ระเบิดหิมะ" จากอิทธิพลของไซโคลน พายุหิมะพัดถล่มรุนแรงจนรถยนต์จมมิดคัน บ้านเรือนถูกหิมะทับถมสูงมิดหลังคา ประชาชนต้องขุดอุโมงค์เพื่อออกจากบ้าน
หิมะถล่ม (Avalanches) ปริมาณหิมะที่มากผิดปกตินี้ นำไปสู่ความเสี่ยงหิมะถล่มที่คร่าชีวิตผู้คนและตัดขาดเส้นทางคมนาคม และเมื่อมหาสมุทรแปซิฟิกอุ่นขึ้น น้ำระเหยกลายเป็นไอมากขึ้น เมื่อไอน้ำมหาศาลนี้ปะทะกับอากาศเย็นจัดของไซบีเรีย จึงกลั่นตัวเป็น "หิมะปริมาณมหาศาล" (Heavy Snowfall) ที่รุนแรงกว่าในอดีต
ทำไม "โลกร้อน" ถึงทำให้ "หนาวจัด"?
สิ่งที่เกิดขึ้นในรัสเซียคือตัวอย่างชัดเจนของ Jet Stream ที่แปรปรวน ซึ่งปกติแล้วลมเจ็ตสตรีมจะทำหน้าที่เหมือนกำแพงกั้นอากาศเย็นไว้ที่ขั้วโลก แต่เมื่อขั้วโลกเหนือร้อนขึ้น (Arctic Amplification) อุณหภูมิที่แตกต่างกันระหว่างขั้วโลกกับเส้นศูนย์สูตรลดน้อยลง ทำให้กำแพงลมนี้อ่อนแรงลงตามไปด้วย
ผลที่ได้คือ = ลมหนาวจากขั้วโลกสามารถ "รั่วไหล" ลงมายังละติจูดที่ต่ำกว่าได้ลึกขึ้นและนานขึ้น (อย่างที่เกิดในไซบีเรีย) ในขณะเดียวกัน ก็เปิดช่องให้อากาศอุ่นและความชื้นแทรกตัวเข้าไปก่อพายุหิมะรุนแรงในบางพื้นที่อีกด้วย
สัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง
ปรากฏการณ์ในรัสเซีย ทั้งความหนาวระดับ -60°C ในยาคุตสก์ และหิมะท่วมเมืองในคัมชัตคา ไม่ใช่แค่เรื่อง "ลมฟ้าอากาศ" ตามปกติ แต่มันคือ Climate Crisis ที่แสดงให้เห็นว่าโลกของเรากำลังสูญเสียสมดุล ฤดูหนาวที่รุนแรงขึ้น ไม่ได้ลบล้างความจริงที่ว่าโลกกำลังร้อนขึ้น แต่มันคืออาการข้างเคียงของระบบภูมิอากาศที่แปรปรวน โดยรัสเซียถือเป็นด่านหน้าทีรับแรงกระแทกนี้ และสิ่งที่เกิดขึ้นที่นั่น จะส่งผลกระทบต่อรูปแบบอากาศของทั่วโลกในที่สุด
เราอาจต้องเลิกถามว่า "ปีนี้จะหนาวไหม?" แต่ต้องเปลี่ยนเป็น "เราจะรับมือกับความสุดขั้วนี้อย่างไร?" เพราะนี่คือความปกติรูปแบบใหม่ (New Normal) ที่เราไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

แสดงความคิดเห็น