ประชาสัมพันธ์

30/01/2569 537
แชร์ :

ยกระดับมาตรฐาน “ข้อมูลฝุ่นไทย” : ผสานดาวเทียมและ AI สู่ความแม่นยำระดับตารางกิโลเมตร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนแอปฯ เช็คฝุ่น

 


ยกระดับมาตรฐาน "ข้อมูลฝุ่นไทย" : ผสานดาวเทียมและ AI

สู่ความแม่นยำระดับตารางกิโลเมตร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนแอปฯ เช็คฝุ่น

 ..............................

ฝุ่นหนักมาก ! ข้อความแจ้งเตือนจากหน่วยงานต่างๆ เริ่มมีเข้ามา โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ที่เริ่มมีค่าปริมาณฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานมากในระดับสีแดงในหลายพื้นที่และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน 

 

               ปัจจุบันแม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีมาตรการเร่งด่วนออกมารับมือ แต่ก็ต้องใช้เวลาและยังไม่อาจสามารถแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศที่เกิดจากหลายสาเหตุให้หมดไปได้ในเร็ววัน ปัญหา PM 2.5 จึงยังเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงธันวาคม จนถึงพฤษภาคมของแต่ละปี และยังเป็นภัยร้ายใกล้ตัวที่ทุกคนต้องตระหนักและปกป้องดูแลตนเอง

 

               แต่ด้วยฝุ่น PM 2.5 มีขนาดเล็กเกินกว่าที่จะมองเห็นด้วยตาเปล่า และยากที่เราจะแยกออกว่าเป็นหมอกหรือฝุ่นพิษ การแจ้งเตือนถึงปริมาณฝุ่นพิษในพื้นที่ต่างๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งนี้ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา การรายงานคุณภาพอากาศรวมถึงปริมาณฝุ่น PM 2.5 ผ่านทางแอปพลิเคชันต่างๆ ทั้งแอปที่พัฒนาในประเทศไทยและแอปในระดับโลกที่เป็นที่นิยม ต่างได้รับความสนใจและถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงข้อมูลของประชาชนเพื่อให้สามารถหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างทันท่วงที

 

               และ “เช็คฝุ่น”  ก็เป็นอีกหนี่งแอปพลิเคชันที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงที่เกิดสถานการณ์ฝุ่น PM 2. 5 ในปีที่ผ่านมา

 

               โดยแอปพลิเคชันนี้เป็นผลพลอยได้จากงานวิจัยและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศในการตรวจวัดเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษในสิ่งแวดล้อม ที่ GISTDA หรือสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) พัฒนาขึ้น และบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อยอดเป็นแอปพลิเคชันเปิดตัวให้บริการตั้งแต่ปลายปี 2564 เพื่อให้ประชาชน เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง สามารถหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัย PM 2.5  ได้ทันต่อเหตุการณ์

 

               ด้วยจุดเด่นของแอปพลิเคชันเช็คฝุ่น คือ “ สามารถบอกค่าฝุ่นได้ละเอียดถึงระดับตารางกิโลเมตร และลงลึกถึงจุดที่เรากำลังยืนอยู่จริง ๆ” ทำให้ปัจจุบันมียอดผู้ดาวน์โหลดทั้งในระบบ iOS และ Android กว่า  617,000 ครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 สูง มีปริมาณผู้ใช้งาน “เช็คฝุ่น” กว่า 171,000 รายต่อวัน และมีจำนวนการเรียกใช้ APIs มากกว่า 3.4 ล้านครั้งต่อวัน

 

               “บุษบา อ่วมเกษม” นักภูมิสารสนเทศชำนาญการพิเศษ และ “ณัฐดนัย พันธ์สิน” นักภูมิสารสนเทศ จาก GISTDA บอกว่า แอปพลิเคชันเช็คฝุ่น เป็นนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง ช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีอวกาศ พัฒนาขึ้นเพื่อให้ทุกคนสามารถเช็คสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ได้แบบ Near Real Time และครอบคลุมทั่วประเทศไทย

 

               ฟีเจอร์หลัก ๆ ของแอปพลิเคชันนี้ คือ สามารถดูข้อมูลปริมาณฝุ่น PM 2.5 ณ ตำแหน่งปัจจุบันของผู้ใช้งานแบบรายชั่วโมงได้ตลอด 24 ชั่วโมง และคาดการณ์ล่วงหน้าได้ 3 ชั่วโมง ซึ่งช่วยให้วางแผนชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น เช่น จะออกไปข้างนอกหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง ก็สามารถเช็คดูได้ว่าปลอดภัยหรือไม่

 

               ทั้งนี้ หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนแอปเช็คฝุ่น ก็คือ การผสานเทคโนโลยีดาวเทียมเข้ากับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ทำให้สามารถติดตาม วิเคราะห์และคาดการณ์แนวโน้มของปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในประเทศไทยได้อย่างครอบคลุม แม่นยำและลงลึกถึงในระดับตารางกิโลเมตร

 

               โดย "เช็คฝุ่น" เป็นระบบติดตามฝุ่นละออง PM2.5 จากดาวเทียม ข้อมูลบนแอปพลิเคชันมีการใช้  Machine learning ในการวิเคราะห์ค่าฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ทั่วประเทศไทย ซึ่งเป็นการบูรณาการข้อมูลจากดาวเทียม เช่น Himawari ข้อมูลสภาพอากาศ รวมถึงข้อมูลแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น จุดความร้อน ร่วมกับการปรับเทียบข้อมูล PM 2.5 กับสถานีตรวจวัดที่ได้มาตรฐาน ทำให้สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ถึง 3 ชั่วโมง และมานำเสนอในรูปแบบข้อมูลในรายชั่วโมงและเฉลี่ย 24 ชั่วโมง โดยมีตัวเลขและค่าสีในระดับต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจสถานการณ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

               " แอปพลิเคชันของเราได้รับการออกแบบตามหลัก Friendly Design ที่ไม่เพียงมุ่งเน้นความสวยงาม แต่ยังให้ความสำคัญกับการเข้าถึงและการใช้งานของผู้ใช้ทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นเพศ วัย หรือสภาพร่างกาย ซึ่งในปีนี้ แอปสามารถรองรับการใช้งานของผู้พิการทางสายตา โดยออกแบบในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ไม่จำเป็นต้องอาศัยการมองเห็น เช่น การแสดงข้อมูลค่าฝุ่น PM2.5 และคำแนะนำในการดูแลสุขภาพในแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการทำงานร่วมกับ Screen Reader เพื่ออ่านออกเสียงข้อมูลสำคัญ พร้อมทั้งมีการจัดลำดับหน้าจอและปุ่มคำสั่งอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถรับรู้และใช้งานได้อย่างถูกต้องและสะดวก”

 

               การันตีความสะดวกและง่ายต่อการใช้งาน ด้วยรางวัล Mobile App Accessibility Awareness, Friendly Design award 2024 และ TAB Digital Inclusive Award 2025 และยังคว้ารางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2568 ด้านการบริการภาครัฐระดับดี ประเภทนวัตกรรมการบริการอีกด้วย

 

               ปัจจุบันมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนนำข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อการจัดการมลพิษทางอากาศอย่างข้อมูลฝุ่นไปต่อยอดใช้งานแล้วกว่า 200 หน่วยงาน

 

               ทีมพัฒนาเช็คฝุ่น บอกอีกว่า GISTDA มีแผนที่จะเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ในอนาคตอันใกล้ เพื่อยกระดับการให้บริการข้อมูลคุณภาพอากาศให้ครอบคลุมและเข้าถึงกลุ่มคนได้หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มข้อมูล "ก๊าซมลพิษ" อื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ โอโซน และไนโตรเจนไดออกไซด์ การเพิ่มข้อมูลก๊าซเหล่านี้จะช่วยให้การประเมิน ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) มีความแม่นยำและเป็นไปตามมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น และยังมีแผนที่จะขยายขอบเขตการติดตามฝุ่นให้ครอบคลุมไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย เพื่อให้สามารถเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ “หมอกควันข้ามแดน” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

               ...อย่างไรก็ดีเรื่องของฝุ่น PM 2. 5 หรือมลพิษทางอากาศ ไม่ใช่แค่การเฝ้าระวัง หรือแจ้งเตือน เท่านั้น แต่เป้าหมายสำคัญคือ การร่วมกันแก้ไขให้ปัญหานี้ให้ลดลงหรือหมดไป ซึ่งจำเป็นต้องรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดฝุ่นในแต่ละพื้นที่ในแต่ละช่วงเวลา...

 

               ซึ่งในปี 2567 ประเทศไทยโดย GISTDA และทีมนักวิทยาศาสตร์ไทยจากหลากหลายหน่วยงาน ได้ร่วมมือกับองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ ( NASA) ในการดำเนินโครงการ “Airborne and Satellite Investigation of Asian Air Quality” หรือ  “ASIA-AQ” ซึ่งมีการนำเครื่องบินมาบินสำรวจและเก็บข้อมูลคุณภาพอากาศในประเทศไทย เพื่อทำความเข้าใจกับปัญหาคุณภาพอากาศในแต่ละพื้นที่ และสร้างแบบจำลองคุณภาพอากาศ เพื่อให้เกิดการวางกลยุทธ์ในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบที่เหมาะสม

 

               และล่าสุดในปี 2569 นี้ GISTDA ยังต่อยอดความร่วมมือกับประเทศเกาหลีใต้ ในโครงการ GEMS-AQ ซึ่งจะใช้บอลลูนตรวจสภาพอากาศ หรือ HeliKite ในการเก็บข้อมูลสภาพอากาศหรือมลพิษในแนวดิ่ง ในเขตพื้นที่เมืองอย่างกรุงเทพ ฯ ที่ระดับความสูงประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อเติมเต็มข้อมูลในส่วนที่เทคโนโลยีอื่น ๆ ยังเข้าไม่ถึง ซึ่งจะช่วยในการเปรียบเทียบข้อมูล เพิ่มความแม่นยำในการตรวจวัดและวิเคราะห์ที่มาของฝุ่นในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย

              
               แพลตฟอร์มข้อมูลฝุ่น PM2.5 พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลคุณภาพอากาศ เปิดให้ประชาชน นักวิชาการ สื่อมวลชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าถึงข้อมูลเชิงพื้นที่ผ่านระบบ API เพื่อนำไปใช้ในการวิจัย การสื่อสารข้อมูล การรายงานข่าว และการติดตามประสิทธิภาพมาตรการจัดการมลพิษทางอากาศ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0-2141-4565 (ฝ่ายบริการข้อมูล)

 

ผู้พัฒนาย้ำว่า “เช็คฝุ่น” ไม่ได้เป็นแค่แอปดูค่าฝุ่น แต่เป็นตัวช่วยเชื่อมเทคโนโลยีกับชีวิตประจำวัน ให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลคุณภาพอากาศได้ง่าย ใช้งานสะดวก เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เพื่อให้เราทุกคนได้รู้เท่าทันฝุ่น และดูแลสุขภาพไปด้วยกัน ดังสโลแกนที่ว่า "รู้ไว เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง "

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องกรอกมีเครื่องหมาย

โดเมนอีเมลที่อนุญาต / Allowed email domains: *.or.th, *.ac.th, gmail.com, hotmail.com

แนะนำการใช้งานหน้าเนื้อหา

  1. ใช้เบรดครัมบ์ด้านบนเพื่อกลับไปยังหมวดต้นทาง
  2. เอกสารแนบและแกลเลอรีรูปภาพอยู่ท้ายเนื้อหา กดเพื่อเปิดหรือดาวน์โหลด
  3. ใช้ปุ่มแชร์เพื่อส่งต่อบทความนี้

การเข้าถึงและปุ่มลัด

  • กด Tab เพื่อไล่โฟกัส, Enter หรือ Space เพื่อสั่งงาน และ Esc เพื่อปิดหน้าต่างนี้
  • ลิงก์ "ข้ามไปยังเนื้อหา" อยู่จุดแรกสุดของทุกหน้า กด Tab หนึ่งครั้งจะเจอ
  • ปรับขนาดตัวอักษรและโหมดสี (ปกติ / มืด / คอนทราสต์สูง) ได้จากแถบด้านบน ระบบจะจำค่าไว้ให้
  • เว็บไซต์พัฒนาตามแนวทาง WCAG 2.2 ระดับ AA รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ