ประชาสัมพันธ์

20/03/2568 1,661
แชร์ :

#ดาวเทียมตรวจจับฝุ่น PM2.5 #ได้อย่างไร

 

ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ยังคงเป็นวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่สำคัญในหลายเมืองทั่วโลก รวมถึงกรุงเทพมหานครซึ่งต้องเผชิญกับค่าฝุ่นที่สูงเกินมาตรฐานในหลายช่วงของปี 2568 ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2568 ค่าฝุ่น PM2.5 ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเฉลี่ยอยู่ที่ 52 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m³) ซึ่งเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 37 µg/m³ และบางพื้นที่มีค่าสูงถึง 85 µg/m³ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนจำนวนมาก

.

เพื่อจัดการปัญหานี้ การตรวจจับและติดตามฝุ่น PM2.5 ด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ดาวเทียมสามารถตรวจจับฝุ่นละอองขนาดเล็กในชั้นบรรยากาศครอบคลุมพื้นที่กว้างในเวลาเดียวกัน ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลจากเซนเซอร์ที่ติดตั้งบนดาวเทียม โดยอาศัยเทคนิคการตรวจวัดความหนาแน่นของละอองลอย (Aerosol Optical Depth - AOD) ซึ่งคำนวณจากการดูดซับและการกระเจิงของแสงเมื่อผ่านชั้นบรรยากาศ เซนเซอร์ที่นิยมใช้ ได้แก่ MODIS (Moderate Resolution Imaging Spectroradiometer) บนดาวเทียม Terra และ Aqua ของ NASA และ TROPOMI (Tropospheric Monitoring Instrument) บนดาวเทียม Sentinel-5P ของยุโรป เป็นต้น

.

นอกจากนี้ เทคโนโลยี LIDAR (Light Detection and Ranging) ซึ่งเป็นการยิงแสงเลเซอร์จากดาวเทียมลงไปยังพื้นโลกเพื่อวัดระดับความเข้มของฝุ่นในแต่ละชั้นบรรยากาศ กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในงานตรวจจับ PM 2.5 เทคนิคนี้ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการประเมินความเข้มข้นของฝุ่นได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีชั้นบรรยากาศหลายระดับ

.

ข้อมูลจากดาวเทียมช่วยสร้างแผนที่การกระจายตัวของฝุ่น PM 2.5 แบบเรียลไทม์ ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือแม้แต่ประชาชนคนไทยสามารถติดตามสถานการณ์มลพิษได้อย่างใกล้ชิดในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ผ่านแอพลิเคชั่น #เช็คฝุ่น โดยที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ที่สูงเกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรถือว่าเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ และหากเกิน 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรจะมีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมาก

.

อย่างไรก็ตาม แม้ข้อมูลจากดาวเทียมจะให้ภาพรวมที่ครอบคลุมในระดับภูมิภาค แต่ยังมีข้อจำกัดในบางสถานการณ์ เช่น การตรวจจับในช่วงที่มีเมฆปกคลุมหนาแน่น หรือการวัดค่าฝุ่นในเวลากลางคืน ซึ่งทำให้ต้องใช้ข้อมูลจากสถานีตรวจวัดภาคพื้นดินเสริมเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ข้อมูลจากสถานีเหล่านี้ช่วยในการปรับเทียบ (Calibration) ค่าจากดาวเทียมให้ใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงมากขึ้น

.

อีกหนึ่งเทคนิคที่มีประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ฝุ่น PM2.5 คือการใช้ Machine Learning และ AI เข้ามาช่วยประมวลผลข้อมูลดาวเทียมและข้อมูลจากสถานีภาคพื้นดิน เพื่อสร้างแบบจำลองการพยากรณ์ฝุ่นได้ล่วงหน้า ทำให้สามารถคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของคุณภาพอากาศในระยะสั้นและระยะยาวได้อย่างแม่นยำ

.

ดังนั้น การใช้ดาวเทียมร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่และการประมวลผลข้อมูลเชิงลึกจึงเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยหากมีการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ควบคู่กับมาตรการป้องกันมลพิษจากภาคส่วนต่าง ๆ จะช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและยกระดับคุณภาพอากาศให้ดีขึ้นในระยะยาว

.

#GISTDA #อว #spacetechnology #อวกาศ #เทคโนโลยีอวกาศ #ดาวเทียมรายละเอียดสูง #ฝุ่นpm25 #ฝุ่นหมอกควัน #ดาวเทียม

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องกรอกมีเครื่องหมาย

โดเมนอีเมลที่อนุญาต / Allowed email domains: *.or.th, *.ac.th, gmail.com, hotmail.com

แนะนำการใช้งานหน้าเนื้อหา

  1. ใช้เบรดครัมบ์ด้านบนเพื่อกลับไปยังหมวดต้นทาง
  2. เอกสารแนบและแกลเลอรีรูปภาพอยู่ท้ายเนื้อหา กดเพื่อเปิดหรือดาวน์โหลด
  3. ใช้ปุ่มแชร์เพื่อส่งต่อบทความนี้

การเข้าถึงและปุ่มลัด

  • กด Tab เพื่อไล่โฟกัส, Enter หรือ Space เพื่อสั่งงาน และ Esc เพื่อปิดหน้าต่างนี้
  • ลิงก์ "ข้ามไปยังเนื้อหา" อยู่จุดแรกสุดของทุกหน้า กด Tab หนึ่งครั้งจะเจอ
  • ปรับขนาดตัวอักษรและโหมดสี (ปกติ / มืด / คอนทราสต์สูง) ได้จากแถบด้านบน ระบบจะจำค่าไว้ให้
  • เว็บไซต์พัฒนาตามแนวทาง WCAG 2.2 ระดับ AA รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ