เมื่อดาวเทียมแต่ละดวงมีจุดหมายและตารางเดินทางต่างกัน บริการปล่อยจรวดจึงต้องมีทางเลือกมากกว่าการขนส่งครั้งละจำนวนมาก นี่คือหนึ่งในประเด็นสำคัญของเวที “Global Space Launch: Driving the Future of Rocket Launch and Space Access” ในงาน Thailand Space Expo 2026 วันที่ 29 ตุลาคม 2569 เวลา 11:00–12:15 น. ณ เวที Plenary ซึ่งรวบรวมมุมมองจาก Sandy Tirtey, Senior Director of Global Launch Services and Rocket Lab Australia ของ Rocket Lab, Dr. Shalin Ye, Director of Innovation and International Business ของ LandSpace, Michael Callari, Chief Business Officer ของ MaiaSpace และ Atsushi Onishi, Head of Development (New Spaceport) ของ Innovative Space Carrier Inc. โดยมี รวิศ สัจจะศิริ Business Development Director ของ SSC Space เป็นผู้ดำเนินรายการ ร่วมสำรวจว่าผู้ให้บริการจากหลายภูมิภาคจะตอบโจทย์การเข้าถึงอวกาศที่หลากหลายขึ้นได้อย่างไร
.
ฝั่งยุโรป MaiaSpace เล่าถึงเป้าหมายการปล่อยจรวดครั้งแรกในปี 2027 และความตั้งใจที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการขนส่งสู่อวกาศของยุโรป โดยกล่าวถึงเป้าหมายให้ชิ้นส่วนจรวดราว 50% ผลิตในยุโรป ความท้าทายจึงครอบคลุมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี การบริหาร Supply Chain และการส่งมอบชิ้นส่วนให้ตรงเวลา เพราะความพร้อมของจรวดหนึ่งลำขึ้นอยู่กับการทำงานที่สอดประสานกันของผู้ผลิตจำนวนมาก ขณะที่ Innovative Space Carrier จากญี่ปุ่นได้เล่าถึงการพัฒนาดาวเทียมและจรวดที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเพิ่มทางเลือกให้กับตลาดการขนส่งอวกาศ
.
เมื่อจำนวนผู้พัฒนาจรวดเพิ่มขึ้น โครงสร้างพื้นฐานบนพื้นโลกก็ต้องรองรับความหลากหลายที่มากขึ้นด้วย ตัวแทนจาก LandSpace ชี้ถึงความท้าทายของฐานปล่อยที่ต้องให้บริการจรวดซึ่งใช้เครื่องยนต์ เชื้อเพลิง และระบบสนับสนุนแตกต่างกัน ในขณะที่จำนวนฐานปล่อยยังมีข้อจำกัด จึงเกิดคำถามว่าจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานร่วมที่รองรับจรวดหลายประเภทได้มากเพียงใด อีกโจทย์คือ Launch Capacity หรือขีดความสามารถในการรองรับการปล่อย โดย LandSpace มองว่าแนวทางที่ SpaceX ใช้อยู่เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดในอนาคต และอุตสาหกรรมจำเป็นต้องพัฒนาวิธีการเพิ่มเติมเพื่อรองรับภารกิจที่เพิ่มขึ้น
.
การแข่งขันด้านราคาเป็นอีกประเด็นที่ถูกหยิบมาหารือ โดยเฉพาะอิทธิพลของ SpaceX ต่อระดับราคาที่ผู้ใช้บริการคาดหวัง ซึ่งสร้างความท้าทายให้ผู้ให้บริการรายอื่น อย่างไรก็ตาม ผู้ร่วมเสวนาสะท้อนว่าตลาดยังมีพื้นที่สำหรับบริการที่ตอบโจทย์เฉพาะ การปล่อยแบบ Rideshare อาจเปรียบได้กับรถโดยสารที่ขนผู้โดยสารจำนวนมากไปด้วยกัน แต่ดาวเทียมบางภารกิจต้องการเส้นทาง วงโคจร หรือกำหนดเวลาของตัวเอง แม้มีดาวเทียมเพียงหนึ่งหรือสองดวง ความต้องการลักษณะนี้ช่วยอธิบายพื้นที่ทางธุรกิจของบริการปล่อยเฉพาะภารกิจอย่าง Electron ของ Rocket Lab ขณะที่ฝั่งญี่ปุ่นเปรียบตลาดที่มีผู้เล่นหลากหลายขึ้นกับ Shopping Mall ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการเลือกสิ่งที่เหมาะกับความต้องการของตน
.
จากมุมมองของผู้ให้บริการปล่อยจรวดและผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เวทีนี้ชวนติดตามอนาคตของการเข้าถึงอวกาศผ่านสี่ประเด็นสำคัญ
ความต้องการของแต่ละภารกิจกำหนดรูปแบบบริการ ทั้งจำนวนดาวเทียม วงโคจรเป้าหมาย และเวลาที่ต้องการเริ่มใช้งาน ล้วนมีผลต่อการเลือกผู้ให้บริการปล่อย
ความพร้อมในการให้บริการเริ่มตั้งแต่โรงงาน การพัฒนาจรวดต้องเดินควบคู่กับ Supply Chain ที่เชื่อถือได้ และการส่งมอบที่สอดคล้องกับแผนการปล่อย
ฐานปล่อยเป็นเงื่อนไขสำคัญของการขยายตลาด จำนวนจรวดที่เพิ่มขึ้นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ รวมถึงความสามารถในการให้บริการระบบที่แตกต่างกัน
.
ผู้ให้บริการแต่ละรายยังมีพื้นที่ของตัวเอง การเข้าใจลูกค้าและพัฒนาบริการให้ตรงกับภารกิจ เป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันในตลาดที่มีทั้งผู้เล่นรายใหญ่และผู้ให้บริการเฉพาะทาง
.
ร่วมงาน Thailand Space Expo 2026 วันที่ 28–31 ตุลาคม 2569 ณ ICONSIAM Hall ชั้น 7 ICONSIAM กรุงเทพฯ ดูรายละเอียดงานและเวทีเสวนาได้ที่ tsx.gistda.or.th หรือติดตามเนื้อหาน่าสนใจจากงานผ่านโซเชียลมีเดียของ GISTDA




Leave a Reply