ประชาสัมพันธ์
รู้จัก School Satellite โครงการถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้เยาวชนไทยได้พัฒนาดาวเทียมจริง

ปัจจุบัน อวกาศไม่ใช่พรหมแดนที่อยู่ห่างไกลจากผู้คนบนโลกอีกต่อไป เพราะเทคโนโลยีอวกาศต่างมีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากยิ่งขึ้น และยุคสมัยที่จะนำพามนุษยชาติออกไปสำรวจยังดวงดาวที่ห่างไกลออกไป
นั่นจึงทำให้หน่วยงานต่าง ๆ จากนานาประเทศ ต่างเริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะการพัฒนาดาวเทียม ซึ่งได้รับผลประโยชน์จากการเข้ามามีบทบาทของภาคส่วนเอกชน ทำให้มีตัวเลือกของพาหนะนำส่งที่หลากหลาย ค่าใช้จ่ายในการเดินทางขึ้นสู่อวกาศถูกลง จนเกิดการนำส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรอย่างต่อเนื่อง
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA มีพันธกิจในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ให้เป็นความรู้ที่ไร้พรมแดนและเกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม เริ่มต้นจากการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการปฏิบัติงานของดาวเทียมไทยโชต หรือ THEOS-1 ตั้งแต่ค.ศ. 2008 ต่อเนื่องมาถึงการพัฒนาดาวเทียม THEOS-2A ร่วมกับบริษัท Surrey Satellite จากสหราชอาณาจักร เพื่อเตรียมนำส่งขึ้นสู่อวกาศ
ในการนี้ วิศวกรของ GISTDA ได้ร่วมเดินทางไปออกแบบและพัฒนาดาวเทียม THEOS-2A ซึ่งเป็นองค์ความรู้ขั้นสูง ที่สามารถนำมาต่อยอดเพื่อพัฒนาดาวเทียม THEOS-3 ในประเทศไทย เช่นเดียวกับถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ให้กับผู้ที่มีความสนใจ โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา ที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนประเทศ
GISTDA จึงได้เริ่มต้นโครงการ School Satellite เป็นครั้งแรกในปี 2023 ด้วยเป้าหมายเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะ และการวางแผนการพัฒนาดาวเทียมอย่างเป็นระบบ โดยเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกจะได้ฝึกใช้อุปกรณ์สำหรับประกอบและทดสอบดาวเทียม เข้ามาปฏิบัติงานในศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ และสามารถปรึกษาพูดคุยกับวิศวกรของ GISTDA ได้โดยตรง
จากความสำเร็จของโครงการดังกล่าว ทำให้มีการจัดโครงการ School Satellite เป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยมีเยาวชนสนใจเข้าร่วมมากกว่า 100 ทีมจากทั่วประเทศ ก่อนได้รับการคัดเลือกในแต่ละรอบ เพื่อเฟ้นหาตัวแทน
ในปี 2024 ที่ผ่านมา GISTDA ได้จัดการแข่งขัน School Satellite Competition ขึ้นเป็นครั้งที่สอง โดยคุณชิดชนก ชัยชื่นชอบ วิศวกรดาวเทียม GISTDA และหัวหน้าฝ่ายประกอบทดสอบและนำส่งดาวเทียม เปิดเผยข้อมูลภายในงาน Kibo Utilization Workshop 2025 ว่า “มีเยาวชนที่สนใจร่วมส่งข้อเสนอมากกว่า 100 ทีมทั่วประเทศ ก่อนมีการคัดเลือก 18 ทีมเข้ามาในรอบแรก เพื่อทำกิจกรรมในค่ายกับ GISTDA ก่อนคัดเลือกให้เหลือ 6 ทีม เข้าสู่รอบที่สอง”
ทีมที่ผ่านการคัดเลือกตั้งแต่รอบแรก จะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้พื้นฐานของการทำดาวเทียม รวมถึงการเข้าค่ายเพื่อมาพบเจอกับทีมวิศวกร ทัวร์ศูนย์วิจัยและศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ ของ GISTDA และได้พบเจอกับเพื่อนที่มีความสนใจใกล้เคียงกัน โดยทีมที่เข้ามาถึงรอบที่สอง จะได้โอกาสในการพัฒนาดาวเทียมแบบ CubeSat ขนาด 3U (30x10x10 เซนติเมตร) ในรูปแบบ Engineering Model เริ่มตั้งแต่การออกแบบภารกิจดาวเทียม (Satellite Mission Design) เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดวัตถุประสงค์และแผนการในการพัฒนาดาวเทียมเพื่อปฏิบัติภารกิจตามที่กำหนด ได้ลงมือประกอบและทดสอบระบบต่าง ๆของดาวเทียม รวมถึงทดสอบ Environment Verification Test (EVT) ร่วมกับวิศวกร สทอภ.
สำหรับปี 2024 GISTDA ได้มีการคัดเลือกเยาวชน 5 คน ที่มีความสามารถโดดเด่นในตำแหน่งต่าง ๆ ของการประกอบดาวเทียม ได้แก่ Flight Software, RF, System, Structure, และ Electronic เพื่อมาเป็นตัวแทนเข้าร่วมออกแบบ ประกอบ และทดสอบดาวเทียมแบบ Flight Model ที่จะถูกนำส่งขึ้นสู่อวกาศจริงในปี 2026
เยาวชนที่ทำผลงานโดดเด่น และได้รับการคัดเลือกมาเป็นตัวแทนในปีนี้ ได้แก่ นายภูมิใจ เธียรธรรมจักร จากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายพิร์ ภิรมย์โสภา จากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายผลิตโชค พนมวงศ์ตะวัน จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์, นายอภินัทธ์ งามพันธุ์ไพศาล จากโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และ นายศุภโชติ เบ้าชาลี จากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์
นอกจากการแข่งขัน School Satellite แล้ว GISTDA ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อจุดประกายความสนใจในด้านอวกาศของเยาวชน ให้สามารถต่อยอดไปประกอบอาชีพด้านอวกาศได้ในอนาคต โดย GISTDA ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศ เช่นเดียวกับสนับสนุนและจัดทำโครงการต่าง ๆ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ พัฒนาบุคลากรไทยเพื่อให้พร้อมกับยุคเศรษฐกิจอวกาศใหม่ที่กำลังมาถึง และต่อยอดจนเกิดอุตสาหกรรมอวกาศในประเทศอย่างยั่งยืน

แสดงความคิดเห็น