ประชาสัมพันธ์
ระบบจัดการจราจรอวกาศไทย กับการติดตามดาวเทียม Cosmos 482 ตกกลับโลกอย่างไร้การควบคุม

จากข่าวการโคจรตกกลับสู่โลกของดาวเทียมคอสมอส 482 (Cosmos 482) ของสหภาพโซเวียต ได้สร้างความสนใจให้แก่สาธารณะชน โดยเฉพาะความปลอดภัยและความเสี่ยงจากวัตถุที่อยู่ในอวกาศ ตลอดช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
GISTDA หรือ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ได้ร่วมจับตาสถานการณ์การตกกลับโลกอย่างไร้การควบคุมของดาวเทียมดังกล่าว โดยใช้ระบบที่พัฒนาขึ้นจากวิศวกรชาวไทย ในการติดตาม เฝ้าระวังห้วงอวกาศ และคอยแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องสินทรัพย์และผลประโยชน์ของประชาชนไทยทุกคน
ระบบที่เป็นหัวใจสำคัญของการติดตามห้วงวัตถุในวงโคจรรอบโลก คือ ZIRCON จากการพัฒนาโดยศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอวกาศ หรือ S-TREC (Space Technology Research Center) ของ GISTDA ที่อาศัยการวิเคราะห์วงโคจร และจัดการจราจรในห้วงอวกาศ ซึ่งประกอบด้วยดาวเทียมที่ใช้งานได้ ดาวเทียมที่ปลดประจำการไปแล้ว เช่นเดียวกับซากจรวด และขยะอวกาศต่าง ๆ ที่กำลังโคจรอยู่ด้วยความเร็วสูง
สำหรับดาวเทียม Cosmos 482 ถูกนำส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 1972 ด้วยภารกิจดั้งเดิมเป็นยานอวกาศลงจอดบนดาวศุกร์ อย่างไรก็ตาม ยานลำนี้ไม่เคยเดินทางออกจากวงโคจรรอบโลก เนื่องจากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับจรวดนำส่ง ทำให้ยังคงโคจรอยู่รอบโลกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยค่อย ๆ ลดระดับวงโคจรต่ำลง จากแรงต้านอากาศในชั้นบรรยากาศของโลก จนมีความเสี่ยงตกกลับลงมาอย่างไร้การควบคุมในวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 2025
เมื่อทราบถึงสถานการณ์ดังกล่าว ทีมนักวิจัย GISTDA ได้ใช้ข้อมูลจากระบบ ZIRCON เพื่อติดตามตำแหน่งของดาวเทียม Cosmos 482 อย่างต่อเนื่อง โดย ดร.สิทธิพร ชาญนำสิน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอวกาศ เปิดเผยว่า “ระบบการจัดการจราจรอวกาศของ GISTDA จะสามารถระบุความเสี่ยงของวัตถุในอวกาศได้ล่วงหน้า 2 เดือน โดยอาศัยข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังและติดตามวัตถุอวกาศ หรือ GARNET ที่พัฒนาโดย GISTDA ซึ่งตรวจดูตำแหน่งของวัตถุในห้วงอวกาศ เพื่อนำมาวางแผนรับมือ อย่างเช่นการปรับวงโคจรของดาวเทียมในอวกาศ เป็นต้น”
สำหรับการติดตาม Cosmos 482 ต้องรอให้ดาวเทียมตกลงมาอยู่ห่างจากพื้นโลกประมาณ 130 กิโลเมตร เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และคาดการณ์จุดตกได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยอยู่ในจุดเสี่ยงที่อาจมีโอกาสได้รับผลกระทบ จึงทำให้ GISTDA ได้ใช้ระบบ ZIRCON ติดตามตำแหน่งของดาวเทียมดวงนี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมชี้แจงข้อมูลล่าสุดให้ประชาชนได้ติดตามตลอดเวลา
ท้ายที่สุด ระบบ ZIRCON ของ GISTDA คาดการณ์เวลาตกของดาวเทียม Cocmos 482 ไว้ที่เวลา 12:35 น. ของวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 2025 ตามเวลาประเทศไทย โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนประมาณ 30 นาที และมีตำแหน่งการตกเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก สอดคล้องกับข้อมูลจากหน่วยงานอวกาศนานาประเทศ ตัวอย่างเช่น space-track ของสหรัฐอเมริกา ที่ติดตามตำแหน่งการตกของดาวเทียมดวงนี้เช่นกัน
นอกจากแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการจับตาดาวเทียมที่ตกกลับโลก รวมถึงตรวจดูวัตถุในอวกาศที่อาจมีผลกระทบต่อประเทศไทยได้แล้ว ระบบ ZIRCON ยังมีบทบาทสำคัญในการจัดการจราจรอวกาศและแจ้งเตือนการชนเพื่อลดความเสี่ยงการชนในอวกาศดาวเทียมของไทย อาทิ ดาวเทียมไทยโชต (THEOS) และดาวเทียมธีออส 2 และมีแผนการพัฒนาให้มีความพร้อมให้บริการดาวเทียมสัญชาติไทยดวงต่าง ๆ ในอนาคต
ปัจจุบัน ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีอวกาศ หรือ S-TREC มีการพัฒนาระบบและโครงการต่าง ๆ เช่นเดียวกับระบบ ZIRCON ได้แก่ ระบบการจัดการจราจรอากาศยานไร้คนขับ หรือ AMETHYST ระบบพยากรณ์สภาพอวกาศ หรือ JASPER เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการใช้งานของหน่วยงานและประชาชนไทย รวมถึงพัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านอวกาศ ให้มีความพร้อมในระดับมาตรฐานสากล
จากสถานการณ์ Cosmos 482 จึงเป็นกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของ GISTDA และวิศวกรชาวไทย ในการจับตาและเตรียมรับมือสถานการณ์ภัยจากห้วงอวกาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมปกป้องผลประโยชน์และความปลอดภัยของประเทศ จากภัยอวกาศต่าง ๆ ที่กระทบต่อประเทศไทยและโลกของเรา

แสดงความคิดเห็น