CG&CSR ของ สทอภ. อยู่ในระหว่างปรับปรุงเว็บไซต์

22/08/2565 1,631
แชร์ :

กรอบแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำแผนแม่บท การกำกับดูแลกิจการที่ดีและความรับผิดชอบต่อสังคม

แนวคิดเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม แนวคิดเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดีนั้นหน่วยงานสำคัญๆของประเทศไทยทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนจะอ้างอิงมาตราฐานสากล ISO 26000 ซึ่งมีหัวข้อหลัก (Core Issues) ของมาตรฐานอยู่ทั้งสิ้น 7 หัวข้อดังนี้

  • ธรรมาภิบาล หรือ การกำกับดูแลองค์กรที่ดี (Organizational Governance)
  • ความรับผิดชอบต่อสิทธิมนุษยชน (Human Rights)
  • การปฏิบัติด้านแรงงาน (Labor Practices)
  • ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม (Environment)
  • การปฏิบัติที่เป็นธรรม (Fair Operating Practices)
  • ประเด็นด้านผู้บริโภค (Customer Issues)
  • การมีส่วนร่วมของสังคมและการพัฒนาชุมชน (Community Involvement and Development)
รูป ISO 26000 Core Subjects ที่มา : ISO.org

ซึ่งแนวคิดของการรับผิดชอบต่อสังคมตามมาตรฐาน ISO 26000 นี้ได้ถูกนำมาใช้เป็นแนวทางการพัฒนานโยบายและแผนการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของทั้งองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง

รูปแบบของการรับผิดชอบต่อสังคม

แนวคิดของการรับผิดชอบต่อสังคมนั้นมีหลายรูปแบบสามารถแบ่งได้ดังต่อไปนี้

1.CSR-after-process หมายถึงการรับผิดชอบต่อสังคมที่องค์กรได้ทำให้แก่สังคม โดยกิจกรรมการรับผิดชอบต่อสังคมนั้นแยกต่างหากจากกระบวนการทำงานหลัก (Core Business Process) ขององค์กร ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นภายหลังจากที่องค์กรได้ดำเนินการในกระบวนการทำงานหลักเสร็จสิ้นแล้วจึงค่อยจัดทำกิจกรรมเพื่อสังคม ตัวอย่างเช่น ธนาคารแห่งหนึ่งได้นำพนักงานไปร่วมกันจัดกิจกรรมปลูกป่าตอนสิ้นปี ซึ่งกิจกรรมปลูกป่านั้นไม่ได้เป็นกระบวนการทำงานหลักของธนาคารแต่ก็เป็นความรับผิดชอบอย่างหนึ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งธนาคารแห่งนี้ก็จัดทำกิจกรรมนี้ในปลายปีเพื่อให้พนักงานมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคมหลังจากที่ได้ทำงานหลักมาแล้วทั้งปีและยังมี ผลกำไรจากการดำเนินงานเหลือพอที่จะช่วยรับผิดชอบต่อสังคมได้ การจัดกิจกรรมในลักษณะนี้อยู่ในรูปแบบที่เรียกว่า “CSR=after-process” หรือในภาษาไทยมักใช้คำว่า “กิจกรรมเพื่อสังคม” ซึ่ง สทอภ. ก็ได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมอยู่ตลอดในช่วงเวลาที่ผ่านมา

2.CSR-in-process หมายถึงการรับผิดชอบต่อสังคมที่มีการดำเนินการรับผิดชอบต่อสังคมในขณะที่ทำงานอยู่ในกระบวนการทำงานขององค์กรเลยโดยไม่ต้องรอให้องค์กรเสร็จสิ้นการดำเนินงานเสียก่อน ซึ่งรูปแบบนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นกว่า CSR-after-process เนื่องจากว่าองค์กรสามารถรับผิดชอบต่อสังคมได้ในการขณะที่ทำงานไปด้วยตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น โรงงานแห่งหนึ่งรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการที่ไม่ปลดปล่อยมลพิษลงสู่แหล่งน้ำจากกระบวนการผลิตสินค้าของตนเองเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสังคมรอบโรงงาน หรือร้านสะดวกซื้อรณรงค์ให้ลูกค้าไม่รับถุงพลาสติกในการมาซื้อสินค้าเพื่อช่วยลดขยะพลาสติกที่จะส่งผลต่อกระทบเชิงลบต่อระบบนิเวศน์ เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าในองค์กรที่กล่าวข้างต้นนี้ได้รับผิดชอบต่อสังคมในกระบวนการทำงานเลย โดยไม่ต้องรอให้เสร็จสิ้นการดำเนินธุรกิจและดูว่าองค์กรมีผลกำไรพอที่จะรับผิดชอบต่อสังคมหรือไม่ การรับผิดชอบต่อสังคมในลักษณะนี้เรียกว่า “CSR-in-process” หรือในภาษาไทยมักใช้คำว่า “ธุรกิจเพื่อสังคม” ทั้งนี้ สทอภ. เองก็ได้มีลักษณะเป็นธุรกิจเพื่อสังคมด้วยเนื่องจากมีการรับผิดชอบต่อสังคมในกระบวนการทำงานหลักๆของ สทอภ. อยู่แล้ว เช่น กระบวนการตรวจสอบภายใน กระบวนการพิจารณาค่าตอบแทนในการทำงานในพื้นที่เสี่ยง เป็นต้น

3.CSR-as-a-process หมายถึงการรับผิดชอบต่อสังคมการที่องค์กรได้รับการจัดตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินกิจการเพื่อสังคมเป็นหลัก ซึ่งก็เรียกกันในภาษาไทยว่า “กิจการเพื่อสังคม” อย่างไรก็ดีก็ยังคงมีความแตกต่างกันในรายละเอียดระหว่าง องค์กรที่ไม่มีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร (Not-for-profit Organization) ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของมูลนิธิ หรือส่วนงานภาครัฐ ที่ไม่ได้มีรายได้หลักจากการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม แต่ได้รายได้มาจากการบริจาคหรืองบประมาณที่จัดสรรมาจากภาครัฐเป็นหลัก ในขณะที่องค์กรที่มีลักษณะเป็น กิจการเพื่อสังคม นั้นมีวัตถุประสงค์ที่จะดำเนินการเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมเป็นหลักและในขณะเดียวกันก็สามารถที่จะสร้างรายได้จากกระบวนการทำงานขององค์กรเองโดยไม่ต้องพึ่งพาการบริจาค การรับเงินสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก หรืองบประมาณของภาครัฐในระยะยาว อันจะทำให้สามารถที่จะพัฒนางานขององค์กรตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งองค์กรได้อย่างยั่งยืนต่อไป ซึ่งในบางกรณีก็เรียกองค์กรเหล่านี้ว่า “Social Profit Organization” หรือ “องค์กรที่ทำกำไรให้สังคม” และผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของกิจการเหล่านี้มักจะเรียกตัวเองว่า “Social Entrepreneur” หรือ “ผู้ประกอบการเพื่อสังคม” ทั้งนี้กิจการเพื่อสังคมเหล่านี้จะมีการออกแบบกระบวนการทำงานเพื่อที่จะทำประโยชน์เพื่อสังคมเป็นหลัก ซึ่ง สทอภ. เองก็มีความเป็นกิจการเพื่อสังคมอยู่แล้วเนื่องจากเป็นหน่วยงานของภาครัฐที่มีภารกิจจัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ ประชาชน และประชาคมโลก อาทิเช่น โครงการทดลองในอวกาศและสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง ศูนย์ทดสอบมาตรฐาน Aerospace เป็นต้น

4.Issue-based-CSR หมายถึงการรับผิดชอบต่อสังคมที่องค์กรได้ให้ความสำคัญเป็นการเฉพาะไม่ได้เป็นการรับผิดชอบในกระบวนการทำงานหลัก ทั้งนี้การรับผิดชอบต่อสังคมในลักษณะนี้อาจจะเกิดขึ้นจากการได้รับมอบหมายนโยบายมาเป็นการเฉพาะ อาทิ นโยบายรัฐบาลที่มอบลงมาให้หน่วยงานภาครัฐรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่ได้มีการคาดการณ์หรือวางแผนมาก่อน เป็นต้น


แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development)

ในการพัฒนาแผนแม่บทการกำกับดูแลกิจการที่ดีและความรับผิดชอบต่อสังคมของ สทอภ. ในครั้งนี้ได้หยิบยกแนวคิดเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาใช้เป็นหลักคิดในการจัดทำแผนด้วย โดยนำแนวคิดขององค์การสหประชาชาติ (United Nations) เรื่องเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) มาใช้ ซึ่งแนวคิด SDGs นี้ก็ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทยดังจะเห็นได้ว่ามีการนำแนวคิดดังกล่าวมาบรรจุอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ของทุกส่วนราชการ อันมีเนื้อหาครอบคลุมการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งหมด 17 เรื่อง

รูป Sustainable Development Goals ที่มา : United Nations

ซึ่งในการดำเนินการของ สทอภ. นั้นได้มีเป้าหมายของการดำเนินงานที่นำไปสู่เรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นงานด้านการสนับสนุนข้อมูลจากดาวเทียมเพื่อตอบสนองภารกิจของหน่วยงานภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคงของประเทศ การดำเนินงานเกี่ยวกับการสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าเกษตร การประยุกต์ใช้งานข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมเพื่อการบริหารจัดการน้ำ การจัดการด้านการเกษตรและป่าไม้ การเฝ้าระวังป้องกันภัย การจัดการด้านภัยพิบัติ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนด้านการจัดการเมืองและพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวแสดงให้เห็นว่า สทอภ. ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน จากศักยภาพของโครงการ THEOS-2 เพียงโครงการเดียวก็สามารถตอบโจทย์ความต้องการในการพัฒนาประเทศในหลากหลายมิติได้ เนื่องจากจุดเด่นของดาวเทียม THEOS-2 คือความสามารถ่ในการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงบริหารจัดการที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลในหลากหลายมิติ และความสามารถในการสร้างแบบจำลองที่ช่วยให้เห็นภาพกว้างของปัญหาแบบองค์รวม ตลอดจนสามารถวิเคราะห์หาแนวทางการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ

แนะนำการใช้งานหน้าเนื้อหา

  1. ใช้เบรดครัมบ์ด้านบนเพื่อกลับไปยังหมวดต้นทาง
  2. เอกสารแนบและแกลเลอรีรูปภาพอยู่ท้ายเนื้อหา กดเพื่อเปิดหรือดาวน์โหลด
  3. ใช้ปุ่มแชร์เพื่อส่งต่อบทความนี้

การเข้าถึงและปุ่มลัด

  • กด Tab เพื่อไล่โฟกัส, Enter หรือ Space เพื่อสั่งงาน และ Esc เพื่อปิดหน้าต่างนี้
  • ลิงก์ "ข้ามไปยังเนื้อหา" อยู่จุดแรกสุดของทุกหน้า กด Tab หนึ่งครั้งจะเจอ
  • ปรับขนาดตัวอักษรและโหมดสี (ปกติ / มืด / คอนทราสต์สูง) ได้จากแถบด้านบน ระบบจะจำค่าไว้ให้
  • เว็บไซต์พัฒนาตามแนวทาง WCAG 2.2 ระดับ AA รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ