ประชาสัมพันธ์
การจราจรอวกาศอันหนาแน่น: ภัยต่อดาวเทียม และความเสี่ยงการเข้าถึงอวกาศ

การจราจรอวกาศอันหนาแน่น: ภัยต่อดาวเทียม และความเสี่ยงการเข้าถึงอวกาศ
รู้หรือไม่? นอกจากการจราจรที่คับคั่งบนท้องถนนในโลกแล้ว บนอวกาศก็เต็มไปด้วยวัตถุจำนวนมาก กำลังโคจรรอบโลกด้วยความเร็วสูงจากระดับวงโคจรต่างกัน กลายเป็นปัญหาการจราจรนอกโลก เรื่องไกลตัว… แต่อาจใกล้ตัวกว่าที่คิด
การจัดการจราจรอวกาศเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อความปลอดภัยของดาวเทียมที่ปฏิบัติภารกิจ ลดความเสี่ยงการชนกันจนกลายเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ ซึ่งอาจทำให้อวกาศไม่สามารถเข้าถึงได้อีก และมีผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตของผู้คนจำนวนมากบนโลก
โลกของเรานั้นรายล้อมไปด้วยดาวเทียม ทั้งที่ยังทำงานอยู่และไม่สามารถใช้งานได้แล้ว รวมถึงวัตถุอวกาศอื่นๆ อาทิ เศษซากจรวดนำส่ง และเศษชิ้นส่วนขยะอวกาศ โดยองค์การอวกาศยุโรป หรือ ESA ประมาณการว่ามีวัตถุขนาดใหญ่กว่า 1 เซนติเมตร ไม่น้อยกว่า 670,000 ชิ้น ที่กำลังโคจรอยู่รอบโลกด้วยความเร็วสูง
การถูกพุ่งชนโดยขยะอวกาศขนาดใหญ่เพียง 1 เซนติเมตร ก็สามารถทำให้สถานีอวกาศนานาชาติเกิดรอยรั่ว หรือทำให้ดาวเทียมและยานอวกาศมีปัญหาได้ และหากถูกวัตถุขนาดใหญ่กว่า 10 เซนติเมตรขึ้นไปพุ่งชน ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘Kessler Syndrome’ ที่เศษซากวัตถุเหล่านี้ทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ต่อกันไป ทำให้วงโคจรบริเวณดังกล่าวเต็มไปด้วยซากขยะอวกาศ จนไม่สามารถนำส่งดาวเทียมใด ๆ ขึ้นไปปฏิบัติการในละแวกดังกล่าวได้อีกในระยะเวลาหนึ่ง
ในปัจจุบัน การเข้าถึงอวกาศมีราคาถูกลงกว่าในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ จากการมีบริษัทเอกชนจำนวนมากให้บริการนำส่งดาวเทียมและเพยโหลดสู่วงโคจร โดยสหภาพยุโรปคาดการณ์ว่าในช่วง 10 ปีต่อจากนี้ อาจมีดาวเทียมอีกไม่น้อยกว่า 50,000 ดวงถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงโอกาสที่ดาวเทียมอาจได้รับอันตรายหรือถูกทำลายจากการชนกัน หากไม่มีระบบการบริหารจัดการและควบคุมได้อย่างทันท่วงที
สำหรับประเทศไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยแบละนวัตกรรม โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้พัฒนาระบบการจัดการจราจรอวกาศชื่อ ZIRCON ขึ้นมาเพื่อติดตามความเสี่ยง และแจ้งเตือนโอกาสที่ดาวเทียมไทยโชต (THEOS) กับ THEOS-2 อาจชนเข้ากับวัตถุในวงโคจรใกล้เคียงกัน ซึ่งเริ่มใช้งานอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนธันวาคม ค.ศ. 2020 เป็นต้นมา
ระบบ ZIRCON สามารถแจ้งเตือนความเสี่ยงที่ดาวเทียม THEOS จะชนเข้ากับ Fengyun 1C DEB ขยะอวกาศในวงโคจร ที่มีระยะเฉียดใกล้สุด 25 เมตร จนสามารถปรับความสูงวงโคจรของดาวเทียมไทยโชตขึ้น 50 เมตร ให้สามารถโคจรผ่านกันได้อย่างปลอดภัย เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 2021
ระบบจัดการจราจรอวกาศดังกล่าวสามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ถึง 7 วัน โดยไม่ต้องใช้บริการแจ้งเตือนจากระบบต่างประเทศที่มีทั้งค่าใช้จ่ายและระยะเวลาแจ้งเตือนกระชั้นชิดกว่า ทำให้ทีมภารกิจของ GISTDA สามารถวางแผนปฏิบัติการได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมกับลดความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายกับดาวเทียมของไทย และร่วมรักษาให้อวกาศยังสามารถเข้าถึงได้โดยทุกคนอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ การพัฒนาระบบการจัดการจราจรอวกาศ ZIRCON โดยนักวิจัยและวิศวกรของ GISTDA เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานและช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการดำเนินกิจกรรมอวกาศ ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เป็นหนึ่งในมาตรการช่วยจัดการจราจรอวกาศ และบรรเทาปัญหาขยะอวกาศ ควบคู่ไปกับพระราชบัญญัติกิจการอวกาศ โดยรัฐบาลไทย
อ้างอิง:
https://sapace.gistda.or.th/services/national-space-data-center-nsdc/space-traffic/
https://www.esa.int/Space_Safety/Clean_Space/How_many_space_debris_objects_are_currently_in_orbit
https://defence-industry-space.ec.europa.eu/eu-space/space-traffic-management_en

แสดงความคิดเห็น