ประชาสัมพันธ์
รู้จักอุปกรณ์ MMU: เบื้องหลังการเดินอวกาศแบบไม่ผูกสายเป็นครั้งแรก

ภาพถ่ายของนักบินอวกาศ ที่ลอยล่องอยู่นอกโลกโดยไม่มีการผูกสายใด ๆ เชื่อมกับยานอวกาศ เป็นหนึ่งในรูปจากอวกาศที่โด่งดังที่สุดภาพหนึ่ง ซึ่งยังได้รับการกล่าวถึงและเผยแพร่จวบจนปัจจุบัน
แต่เบื้องหลังภาพถ่ายที่สวยงามเช่นนี้ ก็เต็มไปด้วยความตึงเครียดของทีมภารกิจบนโลก จากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างนักบินอวกาศกำลังลอยออกไปนอกยาน เพราะข้อผิดพลาดเล็ก ๆ แม้แต่จุดเดียว ก็อาจหมายถึงการสูญเสียลูกเรือไปโดยแทบไม่มีแผนการช่วยเหลือได้เลย
ชายที่อยู่ในภาพดังกล่าว คือ Bruce McCandless II นักบินอวกาศ NASA ที่ร่วมเดินทางไปกับกระสวยอวกาศชาเลนเจอร์ ในภารกิจ STS-41-B เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1984 เพื่อทำการทดสอบอุปกรณ์ชื่อ MMU หรือ Manned Maneuvering Unit หรือระบบขับดันด้วยก๊าซไนโตรเจน ที่ติดเข้ากับด้านหลังของชุดนักบินอวกาศ ทำให้สามารถบังคับทิศทางการเคลื่อนที่ไปมาในวงโคจรรอบโลกได้อย่างอิสระ โดยไม่จำเป็นต้องผูกสายไว้กับยานอวกาศ หรือยึดเกาะกับโครงสร้างของกระสวยอวกาศ
ในช่วงเวลาดังกล่าว มนุษยชาติมีประสบการณ์การทำ Spacewalk หรือออกไปเดินอวกาศเพื่อทำภารกิจภายนอกยานเพียงไม่ถึง 20 ปีเท่านั้น และการใช้อุปกรณ์ MMU บนสภาพแวดล้อมจริงครั้งแรก ถือเป็นความเสี่ยงสูงมาก ๆ จน McCandless ต้องพูดกึ่งตลกเพื่อช่วยผ่อนคลายความกังวลของทีมภารกิจว่า “มันอาจเป็นก้าวเล็ก ๆ ของนีล (อาร์มสตรอง) แต่นี่เป็นก้าวกระโดดที่ใหญ่มาก ๆ สำหรับผมเลยนะ”
บทบาทหลักของ McCandless คือการสาธิตการบังคับ MMU ให้เคลื่อนไหวไปมาได้อย่างอิสระ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักบินอวกาศในภารกิจต่อไป นำไปใช้เพื่อเก็บดาวเทียมกลับมาในช่องเก็บสัมภาระของกระสวยอวกาศ ซึ่ง McCandless ลอยออกไปห่างจากกระสวยฯ ชาเลนเจอร์มากสุดที่ระยะ 98 เมตร นับเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่ง ที่มนุษย์สามารถเดินทางไปไกลจากยานอวกาศตนเอง โดยไร้ซึ่งพันธนาการใด ๆ
ภาพถ่ายชุดประวัติศาสตร์นี้ ถูกบันทึกโดย Robert Gibson นักบินกระสวยอวกาศ ซึ่งเป็นคนเดียวในระหว่างการทำ Spacewalk ที่ไม่มีหน้าที่ใด ๆ ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของนักบินอวกาศข้างนอกยาน เขาจึงรับบทเป็นตากล้องคอยบันทึกวินาทีที่ McCandless ค่อย ๆ ลอยออกไปสู่อวกาศลึก ซึ่งเจ้าตัวเปิดเผยว่าต้องเอียงมุมกล้องให้รับกับการทำมุม 28.5 องศาของกระสวยฯ ชาเลนเจอร์ เพื่อให้เห็นโลกทั้งใบอยู่เบื้องล่างนักบินอวกาศ จนกลายเป็นภาพถ่ายที่สวยงามเช่นนี้
หลังจากความสำเร็จของการสาธิตระบบในภารกิจ STS-41-B อุปกรณ์ MMU ถูกนำขึ้นไปใช้งานจริงกับภารกิจ STS-41-C ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1984 และภารกิจ STS-51-A ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1984 ที่มีการนำเก็บดาวเทียมรวม 3 ดวงกลับมายังโลกได้สำเร็จ ก่อนจะถูกยกเลิกการใช้งานไปหลังเกิดเหตุโศกนาฏกรรมกระสวยฯ ชาเลนเจอร์ในปี 1986 กอปรกับการปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์โครงการกระสวยอวกาศของ NASA ทำให้อุปกรณ์ดังกล่าว ถูกมองว่ามีความเสี่ยงเกินไป และสามารถใช้แขนกลอัตโนมัติทำหน้าที่ทดแทนได้หากมีความจำเป็น
ในปัจจุบัน นักบินอวกาศที่ใช้ชุดอวกาศ EMU หรือ Extravehicular Mobility Unit จาก NASA ยังมีการติดตั้งระบบขับดันขนาดเล็กชื่อ SAFER ซึ่งย่อมาจาก Simplified Aid For EVA Rescue เพื่อใช้ขับเคลื่อนพานักบินอวกาศกลับมายังสถานีอวกาศ หรือยานของพวกเขา ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น และนับจากที่ภารกิจ STS-51-A สิ้นสุดลง ก็ไม่มีการเดินอวกาศครั้งใด ที่นักบินอวกาศไม่ผูกสายรัดไว้กับยานอวกาศอีกเลย
MMU นับเป็นหนึ่งในนวัตกรรมอวกาศ ที่ถูกออกแบบมาให้นักบินอวกาศสามารถลอยล่องออกไปนอกยานได้อย่างอิสระ เพื่อทำงานที่ซับซ้อนขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องผูกสายเชื่อมไว้กับยานอวกาศ และในยุคสมัยที่มีภารกิจเดินทางไปสำรวจเป้าหมายต่าง ๆ ในระบบสุริยะ ย่อมมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขึ้นมาเพื่อทำให้การสำรวจมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมกับเป็นผลพลอยได้เพื่อมาพัฒนาต่อยอดกับทุกชีวิตบนโลกได้อีกเช่นกัน
อ้างอิง:
https://www.nasa.gov/history/photos-from-sts-41b/
https://www.lockheedmartin.com/en-us/news/features/history/mmu.html
https://ntrs.nasa.gov/api/citations/19790008382/downloads/19790008382.pdf

แสดงความคิดเห็น