ท่ามกลางวิกฤตความแปรปรวนทางสภาพอากาศที่ทวีความรุนแรง บทเรียนจากภัยธรรมชาติหลายครั้งที่ผ่านมาสะท้อนว่า “ข้อมูลที่กระจัดกระจายและความล่าช้าในการแจ้งเตือน” คืออุปสรรคสำคัญที่สุดในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

เพื่อทลายข้อจำกัดดังกล่าว สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงจับมือกับ 3 หน่วยงานพันธมิตรระดับชาติ ได้แก่ กรมอุตุนิยมวิทยา (อต.), สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (สขญ.) ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ครั้งประวัติศาสตร์ ผนึกความเชี่ยวชาญด้าน “อวกาศ-อากาศ-น้ำ-Big Data” สู่การสร้างระบบเตือนภัยแห่งชาติยุคใหม่ รู้เร็ว เตือนทัน และรับมือล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ณ ห้องนารี 2 ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล

พิธีลงนามครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นสักขีพยานและแสดงความยินดีในความร่วมมือครั้งสำคัญที่ก้าวข้ามข้อจำกัดระหว่างกระทรวงเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

หัวใจสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ คือการดึงศักยภาพสูงสุดของเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเข้ามาเป็น “ตาชั้นที่สอง” สำหรับมองสถานการณ์ภัยพิบัติในมุมกว้าง เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งในพื้นที่เกิดเหตุและบริเวณโดยรอบได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ GISTDA มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมให้กลายเป็น ‘ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ’ ไม่ว่าจะเป็นการแปลผลพื้นที่น้ำท่วม ประเมินภัยแล้ง พิกัดจุดความร้อน (Hotspot) หรือฝุ่น PM2.5 โดยการนำข้อมูลจากอวกาศมาผสานกับข้อมูลอากาศ ข้อมูลน้ำ และ Big Data จะช่วยยกระดับระบบเตือนภัยของไทย ให้สามารถมองเห็นสถานการณ์ได้รอบด้าน วิเคราะห์ได้ตรงจุด และส่งต่อคำเตือนถึงมือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่ความสูญเสียจะเกิดขึ้น

ความร่วมมือของทั้ง 4 หน่วยงานถูกขับเคลื่อนผ่าน 4 วัตถุประสงค์หลัก ซึ่งได้แก่ 1.) การบูรณาการข้อมูลสู่แดชบอร์ดรวม เชื่อมโยงฐานข้อมูลเข้าสู่คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ เพื่อพัฒนา “Unified Early Warning Dashboard” เป็นระบบสารสนเทศหลักในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยพิบัติของประเทศ ,2.) ยกระดับ R&D สู่มาตรฐานสากล ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมและแบบจำลองคาดการณ์ภัยพิบัติเชิงพื้นที่ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการระบุตำแหน่งและประเมินระดับผลกระทบ ,3.) ผนึกกำลังสื่อสารตามแนวทาง Early Warnings for All บริหารจัดการข้อมูลแจ้งเตือนภัยตามมาตรฐาน เพื่อให้การประกาศเตือนภัยเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สดใหม่ และเข้าถึงประชาชนอย่างเป็นเอกภาพ และ 4.) แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาบุคลากร เสริมสร้างความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการบริหารจัดการภัยพิบัติระหว่างเจ้าหน้าที่เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว

การขับเคลื่อนครั้งนี้นำโดยผู้บริหารสูงสุดของ 4 องค์กร ได้แก่ ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ (ผอ. GISTDA) ร่วมกับ นายนัฐวุฒิ แดนดี (รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา) ซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลสภาพอากาศ เรดาร์ และเป็นผู้ออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการ (Official Warning), นางรอยบุญ รัศมีเทศ (ผอ. สสน.) ดูแลข้อมูลสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนผ่านระบบโทรมาตร และ ศาสตราจารย์ธีรณี อจลากุล (ผอ. สขญ.) ร่วมจัดทำโครงสร้างธรรมาภิบาลข้อมูลและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการวิเคราะห์ประมวลผล

การปฏิวัติระบบเตือนภัยครั้งใหญ่นี้ ถือเป็นนิมิตหมายสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากการ “ตั้งรับ” สู่การ “เฝ้าระวังและป้องกันเชิงรุก” เพื่อรับมือกับความท้าทายจากภัยธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศ

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องกรอกมีเครื่องหมาย

โดเมนอีเมลที่อนุญาต / Allowed email domains: *.or.th, *.ac.th, gmail.com, hotmail.com

แนะนำการใช้งานหน้าเนื้อหา

  1. ใช้เบรดครัมบ์ด้านบนเพื่อกลับไปยังหมวดต้นทาง
  2. เอกสารแนบและแกลเลอรีรูปภาพอยู่ท้ายเนื้อหา กดเพื่อเปิดหรือดาวน์โหลด
  3. ใช้ปุ่มแชร์เพื่อส่งต่อบทความนี้

การเข้าถึงและปุ่มลัด

  • กด Tab เพื่อไล่โฟกัส, Enter หรือ Space เพื่อสั่งงาน และ Esc เพื่อปิดหน้าต่างนี้
  • ลิงก์ "ข้ามไปยังเนื้อหา" อยู่จุดแรกสุดของทุกหน้า กด Tab หนึ่งครั้งจะเจอ
  • ปรับขนาดตัวอักษรและโหมดสี (ปกติ / มืด / คอนทราสต์สูง) ได้จากแถบด้านบน ระบบจะจำค่าไว้ให้
  • เว็บไซต์พัฒนาตามแนวทาง WCAG 2.2 ระดับ AA รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ