ประชาสัมพันธ์
ดาวเทียม THEOS-2A มีภารกิจอะไรบ้าง? คนไทยจะได้ประโยชน์อะไรจากดาวเทียมนี้?

ในวันที่ 12 มกราคมนี้ ประเทศไทยกำลังจะได้ใช้งานดาวเทียมสำรวจโลกดวงใหม่ล่าสุด จากผลงานการร่วมออกแบบและพัฒนาโดยวิศวกรชาวไทย ที่เป็นทั้งความภาคภูมิใจ และเป็นดวงตาชุดใหม่ที่มีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ บนพื้นโลก ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ดาวเทียม THEOS-2A เป็นดาวเทียมขนาด 100 กิโลกรัม ที่มีกำหนดออกเดินทางขึ้นจากศูนย์อวกาศสาธิต ธาวัน (Satish Dhawan Space Centre) ณ เมืองศรีหริโกฏะ ประเทศอินเดีย ในช่วงเช้าวันที่ 12 มกราคม เพื่อเข้าสู่วงโคจรแบบสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ (Sun-synchronous orbit) ที่ความสูงประมาณ 505 กิโลเมตรจากพื้นโลก
นายลิขิต วรานนท์ ผู้จัดการโครงการดาวเทียม THEOS-2A เปิดเผยว่า “จุดเด่นของดาวเทียมนี้ คือการสร้างความสามารถของบุคลากรในประเทศ ที่มีการส่งวิศวกรดาวเทียมไทยไปร่วมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี กับบริษัท Surrey Satellite Technology Ltd. ประเทศสหราชอาณาจักร เป็นระยะเวลา 2 ปี ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ ประกอบ และทดสอบดาวเทียมดวงนี้”
“อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของดาวเทียมในประเทศไทย ที่เราได้มีการนำดาวเทียม THEOS-2A มาทดสอบที่ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ (AIT) ที่ศรีราชา เช่นเดียวกับการจัดซื้อชิ้นส่วนที่ผลิตโดยผู้ประกอบการในไทย ไปติดตั้งกับดาวเทียมดวงนี้ด้วยเช่นกัน”
สำหรับเพย์โหลด หรือเซนเซอร์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ติดตั้งไปกับดาวเทียม THEOS-2A ในครั้งนี้ ประกอบด้วยกล้องถ่ายภาพสีความละเอียดสูง มีกำลังแยกภาพวัตถุที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 1 เมตรขึ้นไปได้ และเป็นดาวเทียมสำรวจโลกดวงแรกของไทย ที่สามารถบันทึกภาพวิดีโอจากห้วงอวกาศได้
ดาวเทียม THEOS-2A จึงมีความสามารถในการบันทึกสภาพแวดล้อมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อประเมินความเสี่ยงในการเกิดภัยพิบัติ ตรวจตราความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของพื้นที่บนโลก ที่สามารถนำไปใช้ในงานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตร วางผังเมือง ระบบนิเวศ รับมือต่อภัยธรรมชาติ ตลอดจนการใช้งานด้านความมั่นคงของประเทศอีกเช่นกัน
การบันทึกภาพต่อเนื่อง หรือถ่ายวิดีโอจากห้วงอวกาศ นับเป็นก้าวที่สำคัญในการตรวจจับความเปลี่ยนแปลงบนพื้นโลก โดยเฉพาะภารกิจด้านความมั่นคง ที่นอกจากความสามารถในการถ่ายภาพด้วยความละเอียดสูงแล้ว ยังสามารถบันทึกการเคลื่อนไหว ไปจนถึงความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ทั้งในประเทศไทย และพื้นที่โดยรอบได้อย่างคมชัด เป็นข้อมูลสำคัญเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนี้ ดาวเทียม THEOS-2A ยังได้ติดตั้งระบบรับสัญญาณ ADS-B หรือ Automatic Dependent Surveillance–Broadcast ที่ใช้ในการติดตามเครื่องบินและอากาศยานต่าง ๆ ผ่านดาวเทียม เช่นเดียวกับระบบ AIS หรือ Automatic Identification System เป็นระบบรับสัญญาณเรือ ที่สามารถระบุตำแหน่ง ทิศทาง การเคลื่อนที่ ขนาดและเจ้าของเรือได้
อีกหนึ่งเพย์โหลดที่ถูกพัฒนาขึ้นมาสำหรับภารกิจนี้ นายลิขิต ระบุว่า “ได้มีการติดตั้งเพย์โหลดทดลอง Raspberry Pi จำนวน 2 ชุด ซึ่งมีกล้องถ่ายภาพดาวเทียม และถ่ายภาพโลก เพื่อเป็นข้อมูลให้วิศวกรไทยนำมาพัฒนาต่อยอดสำหรับภารกิจถัดไป ตลอดจนการนำมาประยุกต์ใช้กับดาวเทียมขนาดเล็กอย่าง CubeSat ที่มีราคาถูกลง ให้นักเรียน นักศึกษา ต่อยอดพัฒนาดาวเทียมของตนเอง”
นอกจากเป็นกำลังเสริมในการสำรวจโลกจากห้วงอวกาศแล้ว องค์ความรู้ในการพัฒนาดาวเทียมTHEOS-2A ยังได้รับการส่งต่อให้กับผู้ประกอบการต่าง ๆ ในประเทศไทย ตลอดจนเยาวชนที่สนใจในสายงานด้านอวกาศ ผ่านโครงการอย่าง “School Satellite” ซึ่งช่วยเสริมสร้างความพร้อมของบุคลากรในประเทศ ต่อยอดและผลักดันอุตสาหกรรมอวกาศของไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
หลังจากการนำส่งดาวเทียม THEOS-2A ขึ้นสู่วงโคจรแล้ว GISTDA หรือสํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ยังมีแผนในการพัฒนากลุ่มดาวเทียมสำรวจโลก “THEOS Constellation” เพื่อต่อยอดการใช้ประโยชน์จากข้อมูลดาวเทียม ให้สามารถนำมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีแผนการพัฒนาดาวเทียมถึง THEOS-6 และพัฒนาเพย์โหลดของดาวเทียมแต่ละดวงให้รองรับภารกิจต่าง ๆ ที่หน่วยงานในประเทศไทยต้องการใช้ข้อมูล อาทิ ดาวเทียมสำรวจโลกที่ถ่ายภาพมุมกว้างขึ้น ดาวเทียมที่สามารถตรวจดูและติดตามจุดความร้อน และดาวเทียมที่ถ่ายภาพได้ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน ในทุกสภาพอากาศ เป็นต้น
ทุกท่านสามารถร่วมติดตาม และส่งกำลังใจให้การส่งดาวเทียม THEOS-2A ขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จ ผ่านทาง Facebook Fanpage : GISTDA

แสดงความคิดเห็น