ประชาสัมพันธ์

26/07/2562 2,093
แชร์ :

งานวิจัยไทยไปอวกาศ

    เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2562 เวลา 05:01 น. บริษัท SpaceX ได้ส่งจรวด SpaceX CRS-18 ไปยังอวกาศได้สำเร็จลุล่วง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปล่อยยานอวกาศ Dragon ให้เดินทางไปเทียบท่า ณ สถานีอวกาศนานาชาติ ISS ต่อไป ซึ่งยานอวกาศ Dragon ดังกล่าวนี้ได้บรรจุงานวิจัยไทยไปด้วย!!
          โดยงานวิจัยดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ สทอภ. ร่วมกับ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือ ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. และองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ JAXA ได้ร่วมดำเนินการส่งงานวิจัยไทยด้านการปลูกผลึกโปรตีนในอวกาศเพื่อการพัฒนายาต้านโรคมาลาเรีย โดยจะทำการทดลอง ณ ห้องปฏิบัติการอวกาศคิโบะ (Kibo Module) ของ JAXA
          นักวิจัยไบโอเทค ดร. ชัยรัตน์ อุทัยพิบูลย์ หัวหน้าทีมวิจัยไบโอเทค คาดว่าผลึกโปรตีนที่ปลูกขึ้นในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง หรือ ในอวกาศ จะมีลักษณะและคุณภาพของผลึกโปรตีนที่ดีกว่าการปลูกผลึกโปรตีนบนพื้นโลก จึงทำให้สามารถมองเห็นโครงสร้างของโปรตีนได้ชัดเจนและนำไปศึกษาเพื่อพัฒนายาต้านโรคมาลาเรียได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการส่งงานวิจัยไปทดลองในอวกาศครั้งนี้ เป็นผลงานจากการดำเนินงานของโครงการวิจัยวิทยาศาสตร์อวกาศและการทดลองในอวกาศ หรือ National Space Exploration (NSE) ของ สทอภ. ที่ได้เปิดรับข้อเสนอการทดลองในอวกาศ และพัฒนาให้สามารถส่งไปทดลองในอวกาศได้สำเร็จ
          ทั้งนี้ ที่มาของงานวิจัยนี้เกิดจากการพบว่าเชื้อมาลาเรียที่มีการระบาดในปัจจุบันนี้ เริ่มมีผู้ป่วยดื้อยาที่ใช้ในการรักษากันอยู่ จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้จำเป็นต้องพัฒนายาต้านโรคมาลาเรียชนิดใหม่ที่สามารถฆ่าเชื้อมาลาเรียที่ดื้อยาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โปรตีนที่มีการส่งขึ้นไปบนสถานีอวกาศเพื่อตกผลึกนี้ เป็นเอนไซม์โปรตีน DHFR-TS ที่พบในเชื้อ Plasmodium falciparum และสารยับยั้งการทำงานของโปรตีนนี้ ได้รับการพัฒนาโดยนักวิจัยไบเทค และส่งต่อให้โครงการ NSE ของ สทอภ. ดำเนินการประสานความร่วมมือส่งไปยัง JAXA เพื่อตรวจสอบคุณภาพของสารสำหรับเตรียมส่งขึ้นไปทดลองบนสถานีอวกาศ เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์และเมษายนที่ผ่านมา
          หัวหน้าโครงการ NSE ดร.อัมรินทร์ พิมพ์หนู กล่าวว่า สทอภ. มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีอวกาศ และเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า วิทยาศาสตร์จะต้องเดินควบคู่ไปกับเทคโนโลยี ดังนั้นจึงได้ดำเนินการพัฒนาโครงการ NSE ขึ้นมาเพื่อส่งงานวิจัยไปทดลองในอวกาศด้วยเทคโนโลยีอวกาศที่มีในปัจจุบัน เพื่อสร้างนวัตกรรมอวกาศและนำไปสู่อุตสาหกรรมอวกาศได้ในที่สุด  ทั้งนี้ ยังมีงานวิจัยที่รอการส่งไปอวกาศอยู่อีกมาก อาทิ การหมักเชื้อ PGA ในอวกาศ หรือ การเลี้ยงไข่น้ำในอวกาศ เป็นต้น ซึ่งเป็นผลงานของสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียรแห่งชาติ และ มหาวิทยาลัยมหิดล ตามลำดับ รวมทั้งในปัจจุบัน GISTDA อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดตั้งห้องปฏิบัติการทดลองในสภาวะอวกาศ (Space Laboratory) เพื่อรองรับการทดลองในอวกาศและการต่อยอดไปสู่การประยุกต์ผลการทดลองให้เกิดประโยชน์และส่งเสริมให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศต่างๆ ให้กับประเทศต่อไป

แท็ก

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องกรอกมีเครื่องหมาย

โดเมนอีเมลที่อนุญาต / Allowed email domains: *.or.th, *.ac.th, gmail.com, hotmail.com

แนะนำการใช้งานหน้าเนื้อหา

  1. ใช้เบรดครัมบ์ด้านบนเพื่อกลับไปยังหมวดต้นทาง
  2. เอกสารแนบและแกลเลอรีรูปภาพอยู่ท้ายเนื้อหา กดเพื่อเปิดหรือดาวน์โหลด
  3. ใช้ปุ่มแชร์เพื่อส่งต่อบทความนี้

การเข้าถึงและปุ่มลัด

  • กด Tab เพื่อไล่โฟกัส, Enter หรือ Space เพื่อสั่งงาน และ Esc เพื่อปิดหน้าต่างนี้
  • ลิงก์ "ข้ามไปยังเนื้อหา" อยู่จุดแรกสุดของทุกหน้า กด Tab หนึ่งครั้งจะเจอ
  • ปรับขนาดตัวอักษรและโหมดสี (ปกติ / มืด / คอนทราสต์สูง) ได้จากแถบด้านบน ระบบจะจำค่าไว้ให้
  • เว็บไซต์พัฒนาตามแนวทาง WCAG 2.2 ระดับ AA รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ