• ภาษาไทย
  • English

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน):GISTDA

เป็นองค์กรในการนำคุณค่าจากอวกาศและภูมิสารสนเทศสู่สังคม

เทคโนโลยีอวกาศฯ กับการแก้ไขปัญหาโควิด 19 ในระดับนานาชาติ

เทคโนโลยีอวกาศฯ กับการแก้ไขปัญหาโควิด 19 ในระดับนานาชาติ

เทคโนโลยีอวกาศฯ กับการแก้ไขปัญหาโควิด 19 ในระดับนานาชาติ 

13 กรกฎาคม 2564 United Nations Economic and Social Commission for Asia (UNESCAP) ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA  และ ASEAN Research and Training Center for Space Technology and Applications (ARTSA) จัดกิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการและฝึกอบรมนานาชาติในรูปแบบออนไลน์  หัวข้อ "Regional Training Workshop on Integrated Geospatial Formation for Mapping Hotspots of the COVID-19 Pandemic in Southeast Asia" โดยมี นายตติยะ ชื่นตระกูล รองผู้อำนวยการ GISTDA , นางสาวปราณปริยา วงค์ษา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ และคณะ เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้

กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยมีการนำเสนอระบบบริหารจัดการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ดำเนินการโดย UNESCAP การถ่ายทอดองค์ความรู้การใช้ระบบสำหรับบริหารจัดการ ฯ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญในระดับนานาชาติ ตลอดจนการหารือแนวทางการบริหารจัดการปัญหาในระดับประเทศและระดับภูมิภาค โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด จำนวน 80 คน จากหน่วยงานทั้งทางภาครัฐ สถาบันการศึกษา และหน่วยงานระหว่างประเทศ จากประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ จีน อินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ อาร์เซอร์ไบจาน อิหร่าน ฟิจิ และ หมู่เกาะโซโลมอน ร่วมกันนำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ตลอดจนบูรณาการแก้ไขปัญหา โควิด 19 ได้อย่างยั่งยืน

ในส่วนของประเทศไทย GISTDA ได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้พัฒนาแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า i-Map เพื่อใช้ในการบริหารจัดการเชิงนโยบายร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข การเคหะแห่งชาติ เป็นต้น เพื่อรวบรวมข้อมูลในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลสนามตามจุดต่างๆ ข้อมูลของชุมชนแออัด รวมถึงข้อมูลที่เป็นปัจจัยสำคัญอื่นๆหลากหลายด้าน เพื่อนำมาประกอบการรายงานผล และใช้ประกอบการตัดสินใจในเชิงนโยบายให้กับ ศปก.ศบค. ซึ่งจะนำไปสู่การบริหารทรัพยากรทางการแพทย์ได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อกำหนดเป็นมาตรการต่างๆ ที่เหมาะสม
ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน i-Map ถูกนำมาใช้งานจริงในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ปทุมธานี และ กทม. เพื่อรายงานและติดตามข้อมูลเชิงพื้นที่ สถานการณ์การระบาด การกระจายตัวของโรค และความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่แต่ละแห่ง ซึ่งนอกจากการรายงานข้อมูลพื้นฐานแล้ว ในอนาคตคาดหวังว่า ระบบ COVID-19 iMap จะช่วยคาดการณ์สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอีกได้ เช่น หากมีการเคลื่อนย้ายคน มีการล็อคดาวน์ ผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจใดบ้าง โดยอาจจะต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมวิจัยและพัฒนาต่อไปในอนาคต

Tags: