• ภาษาไทย
  • English

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน):GISTDA

เป็นองค์กรในการนำคุณค่าจากอวกาศและภูมิสารสนเทศสู่สังคม

หลัง.ลม.หนาว

หลัง.ลม.หนาว

129663839_10158575929496265_3110336207272460077_o.jpg

ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์แรกของต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เชื่อว่าหลายคนโดยเฉพาะคนที่อาศัยบริเวณตอนกลางของประเทศคงได้รู้สึกฟินกับบรรยากาศลมหนาวเบาๆ เคล้ากับความเงียบสงบของวันหยุด ทำให้หวนนึกถึงช่วงเวลาที่ออกเดินทางตามยอดดอย แล้วปล่อยใจให้คล้อยไปตามสายลมและไอหมอก เสมือนเป็นสัญญาณให้เตรียมตัวให้พร้อมกับฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงปลายปี แต่ทว่านี่ก็คือสัญญาณให้พร้อมรับมือกับมหันตภัยหลากหลายรูปแบบที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากลมหนาวมาเยือน 
.
นับว่าเป็นข่าวที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยกันมาตลอดทั้งปีสำหรับใครหลายคนที่หลงใหลในการเดินทางท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบาย ลมหนาวคราวนี้ทำให้พี่น้องตอนกลางของประเทศได้มีโอกาสสัมผัสความเย็นด้วยอุณหภูมิต่ำสุดที่ 19 – 21 องศาเซลเซียส ในขณะที่ทางตอนบนของประเทศอุณหภูมิก็จะยิ่งลดลงไปอีก 1 – 2 องศาเซลเซียส เพราะมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนถูกพัดลงด้วยลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่ช่วงนี้มีกำลังแรง จึงทำให้หอบความหนาวเย็นมาไกลถึงกรุงเทพฯเลยทีเดียว
.
ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นส่วนหนึ่งของการหมุนเวียนบรรยากาศโลกที่จะนำมาพาการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น โดยอาศัยหลักการที่เข้าใจง่ายๆ ก็คือ อากาศเคลื่อนตัวทำให้เกิดลม และ อากาศมักจะเคลื่อนตัวจากบริเวณความกดอากาศสูง (อุณหภูมิต่ำ) ไปสู่บริเวณความกดอากาศต่ำ (อุณหภูมิสูง) เสมอ
.
ในช่วงปลายปีตั้งแต่เดือนกันยายน โลกของเราที่มีความเอียงประมาณ 23.5 องศาจะค่อยๆหันซีกโลกใต้เข้าหาดวงอาทิตย์ ทำให้ซีกโลกใต้ค่อยๆมีอุณหภูมิสูงขึ้น(ความกดอากาศต่ำ) ตรงกันข้ามกับทางซีกโลกเหนือที่ค่อยๆเอนออกห่างจากดวงอาทิตย์ทำให้มีอุณหภูมิลดต่ำลง(ความกดอากาศสูง) โดยตั้งแต่เดือนตุลาคมของทุกปีอุณหภูมิก็จะค่อยๆลดลงจนเข้าสู่ฤดูหนาว
.
ดังนั้น มวลอากาศจากทางซีกโลกเหนือโดยเฉพาะในบริเวณที่มีความกดอากาศสูงที่สุดก็จะค่อยๆเคลื่อนตัวลงใต้จากซีกโลกเหนือ ผ่านทางตอนใต้ของจีน ลาว พม่า เวียดนาม กัมพูชา รวมถึงประเทศไทยด้วย จนไปสู่บริเวณที่ความกดอากาศต่ำบริเวณใต้เส้นศูนย์สูตรหรือซีกโลกใต้ ทั้งหมดนี้ก็คือลักษณะของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือนั่นเอง
.
ถ้าจะให้เข้าใจง่ายลองจิตนาการมวลอากาศเป็นกลุ่มคนที่กำลังยืนกลางแจ้ง เมื่อไรที่อุณหภูมิสูงอากาศร้อนอบอ้าว คนเหล่านั้นก็จะขยับห่างกันบ้างเพื่อผ่อนคลายความร้อนซึ่งเป็นลักษณะเดียวกันกับความกดอากาศต่ำ แต่เมื่อไรที่มีลมหนาวมาปะทะก็จะขยับเข้ามายืนกันใกล้กันมากขึ้นเพื่อความอบอุ่น ยิ่งมากคนยิ่งเบียดเสียดกันแน่น นี่ก็คือลักษณะของความกดอากาศสูงนั่นเอง และยิ่งจำนวนคนที่คนเยอะขยับมาใกล้กันเรื่อยๆก็จะเกิดความรู้สึกอึดอัด บางส่วนจึงออกไปหาพื้นที่ที่พอมีที่ให้ยืน ซึ่งก็ต้องมุ่งหน้าไปบริเวณที่มีคนน้อย เปรียบเสมือนมวลอากาศที่มักจะเคลื่อนที่จากบริเวณความกดอากาศสูงไปยังบริเวณความกดอากาศต่ำนั่นเอง
.
แต่ทว่าลมมรสุมตะวันตกเฉียงเหนือไม่ได้มาแค่ลม มันได้หอบเอาทั้งมวลอากาศเย็นและแห้งมาด้วย เป็นเหตุให้ฤดูกาลของประเทศไทยเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูหนาว ทำให้ท้องฟ้าโปร่ง อากาศเย็นลงและแห้งแล้ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือและภาคอีสาน ซึ่งปีนี้ทางกรมอุตุฯก็ได้ประกาศว่าประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้วตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2563

อากาศเย็นและแห้งประกอบกับปริมาณฝนน้อยลง ส่งผลให้ต้นไม้ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและรักษาสมดุล โดยการพากันทิ้งใบเพื่อลดการคายน้ำ จากนั้นใบไม้แห้งก็กลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีก่อให้เกิดปัญหาไฟป่าหมอกควันตามมา ซึ่งมักจะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงปลายปียาวถึงต้นปีหน้า และเมื่อเกิดไฟสิ่งที่จะตามมาก็คือปัญหาฝุ่นละอองนั่นเอง
.
อีกแง่มุมหนึ่งของลมมรสุตะวันออกเฉียงเหนือนี้ เมื่อมันพัดผ่านเหนืออ่าวไทยมุ่งหน้าสู่ภาคใต้ของประเทศไทย ก็จะนำไอน้ำเดินทางไปด้วย ส่งผลให้ช่วงปลายปีภาคใต้ยังคงเป็นฤดูฝน และฝนจะตกมากในแถบจังหวัดภาคใต้ฝั่งตะวันออก หากลมมรสุมฯมีกำลังแรง ก็อาจทำให้เกิดปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งตลอดแนวชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกอีกด้วย
.
เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ทางตอนบนและตอนกลางของประเทศ และปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ปัญหาคลื่นและน้ำท่วมทางภาคใต้ ทั้งหมดนี้เป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญของจิสด้าในการตีแผ่ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทยให้เห็นเป็นภาพเชิงประจักษ์ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลจากดาวเทียมและข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ที่ต้องสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
.
สำหรับปัญหาไฟป่าและหมอกควัน จิสด้า ยังคงติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในภาพรวมทั้งประเทศ โดยอาศัยข้อมูลจากดาวเทียม Terre และ Aqua (ระบบ MODIS) ร่วมกับข้อมูลจากดาวเทียม Suomi-NPP (ระบบ VIIRS) ซึ่งมีรายละเอียดที่ชัดเจนมากขึ้นกว่าระบบ MODIS เพื่อประโยชน์ในการติดตามพื้นที่เผาไหม้ที่มีขนาดเล็กใช้เป็นข้อมูลระบุตำแหน่งในการลงพื้นที่เข้าดับไฟได้ก่อนที่จะลุกลามเป็นไฟขนาดใหญ่ อีกทั้งข้อมูลจากแบบจำลองคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่าล่วงหน้า 7 วัน สนับสนุนแก่หน่วยงานท้องถิ่นทั่วประเทศเพื่อใช้ประโยชน์ในการติดตามและบริหารสถานการณ์จากข้อมูลชุดเดียวกัน (ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ fire.gistda.or.th)
.
สำหรับปัญหากัดเซาะชายฝั่ง จิสด้าเตรียมพร้อมรับมือด้วยระบบเรดาร์ชายฝั่งที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ซึ่งจะให้ข้อมูลคลื่นและกระแสน้ำ ทิศทาง ความสูง และรูปแบบการไหลเวียนของกระแสน้ำ คลอบคลุมพื้นที่แนวชายฝั่งและพื้นน้ำทะเลห่างจากฝั่ง 10 – 60 กิโลเมตร โดยสรุปผลในรูปแบบแผนที่ ทุก 1 - 2 ชั่วโมง ปัจจุบันติดตั้งแล้วในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน ตอนกลาง ตอนล่าง ชายฝั่งภาคตะวันออก และชายฝั่งภาคใต้ทั้งชายฝั่งด้านทิศตะวันตกและชายฝั่งด้านทิศตะวันออก นับว่าเป็นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมภูมิสารสนเทศทางทะเลและชายฝั่งที่มีความทันสมัย มาใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่ง โดยเฉพาะการติดตามพื้นที่เสี่ยงต่อการกัดเซาะชายฝั่ง (ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ coastalradar.gistda.or.th)
.
จะเห็นได้ว่าปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกครั้งจะมีทั้งด้านดีและด้านร้ายเสมอ ทุกอย่างล้วนเป็นเหตุและผลซึ่งกันและกัน อาจเป็นเรื่องยากที่เราจะหยุดยั้งไม่ให้เกิดความสูญเสียจากภัยธรรมชาติ แต่เราสามารถบรรเทาจากหนักให้กลายเป็นเบาได้ ด้วยการเรียนรู้สัญญาณจากธรรมชาติ แล้วทำความเข้าใจและปรับตัวไปตามสถานะการณ์ ข้อมูลภูมิสารสนเทศเผยภาพมุมมองจากห้วงอวกาศ นำเสนอภาพรวมของปัญหาในเชิงพื้นที่ สามารถนำมาปรับใช้เพื่อความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคนในสังคมที่อาศัยอยู่บนภาคพื้นดิน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังลมหนาวนี้ ในมุมมองของจิสด้า เราพร้อมเสมอ!
#จิสด้าก้าวสู่ปีที่21 #จิสด้า #GISTDA #ไฟป่า #หมอกควัน #กัดเซาะชายฝั่ง #ลมมรสุม #เรดาร์ชายฝั่ง

Tags: