• ภาษาไทย
  • English

คิดว่า..เราควรจะใช้มือถือนำทางตอนเดินป่าหรือไม่ ?

คิดว่า..เราควรจะใช้มือถือนำทางตอนเดินป่าหรือไม่ ?

 

 

80667528_10157552500761265_5353507796220379136_o_0.jpg

   สำหรับทุกท่านที่ชื่นชอบเทคโนโลยีที่มาช่วยให้การเดินทางของเราง่ายขึ้น แต่บางคนก็บ่นมาว่ายากขึ้นเพราะใช้ไม่เป็น แฮร่! โพสก่อนหน้านี้เราได้แนะนำแนวคิดการใช้งานจีพีเอสอย่างไรให้ไม่หลงทาง ยังแถมทิ้งท้ายด้วยข้อคิดการใช้จีพีเอสเพื่อเพิ่มทักษะการนำทางในตัวเราเองไปในตัว สำหรับโพสนี้เราจะมาลองดู การนำทางด้วยแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ซึ่งปัจจุบันมาพร้อมความสามารถที่น่าทึ่ง เปิดปุ๊บโชว์ตำแหน่งเราปั๊บทันที นำทางด้วยเสียงก็ยังได้ แถมยังแม่นยำอีกต่างหาก ว่าแต่ถ้าเรานำมือถือไปเดินป่าด้วยจะดีไหม ?

   สมาร์ทโฟนในปัจจุบันมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด ทำให้มันมีความสามารถที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น คุณภาพของกล้องที่เทียบเท่ากล้องถ่ายรูประดับมืออาชีพ ระบบภาพและเสียงคมชัดยิ่งขึ้น การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆทำได้ง่ายและไวขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก รวมไปถึงเป็นได้แม้กระทั้งอุปกรณ์นำทางผ่านแอพพลิเคชั่นแผนที่ เช่น Google Maps, Nostra Map Thailand, Sygic, Locus Map, Here We go, Path Guide, Route 66 Navigator และ MapFactor GPS Navigation เป็นต้น ซึ่งแต่ละแอพก็มีความสามารถและคุณสมบัติที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่น่าสนใจคือเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง ที่ทำให้ความสามารถในการระบุตำแหน่งกลายเป็นเรื่องง่าย และเป็นต้นกำเนิดของหลายๆธุรกิจ เช่น การส่งอาหาร การขนส่ง เป็นต้น ซึ่งนั่นก็คือ เทคโนโลยี A-GPS

   A-GPS ย่อมาจาก Assisted GPS คือเทคโนโลยีที่ใช้ในการค้นหาตำแหน่งแบบเดียวกับจีพีเอสที่ทุกคนคุ้นเคย แต่ให้ผลลัพธ์แม่นยำและไวกว่า GPS ปกติ แถมยังสามารถทำงานได้ในอาคาร หรือที่อับสัญญาณ GPS เนื่องจาก A-GPS อาศัยการรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายมือถือ หรือ GPRS เพื่อใช้ในการคำนวณหาตำแหน่ง ส่วนระบบ GPS เดิมนั้น จะเป็นการรับส่งข้อมูลโดยตรงจากดาวเทียมที่โคจรอยู่นอกอวกาศ จึงทำให้มีข้อจำกัดหลายด้าน ระบบ A-GPS จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อมาสนับสนุนให้ประสิทธิภาพในการระบุตำแหน่งหรือนำทางด้วยสมาร์ทโฟนในปัจจุบันดีขึ้นกว่าเดิม นอกจากข้อมูลจำเป็นที่จะนำมาใช้เพื่อหาตำแหน่งที่ได้รับจากเครือข่าย GPRS แล้ว ตัวระบบของ GPRS เองยังสามารถส่งข้อมูลตำแหน่งคร่าวๆ ไปยังอุปกรณ์รับสัญญาณ GPS แต่อุปกรณ์จำเป็นต้องอยู่ในจุดรัศมีทำการของ Cell phone location นั่นส่งผลให้อุปกรณ์รับสัญญาณ GPS จะรู้ตำแหน่งของตนเองก่อนแบบคร่าว ๆ ก่อนจะได้รับสัญญาณจากดาวเทียม GPS เสียด้วยซ้ำ จากตรงนี้ส่งผลให้การประมวลผลสำหรับการหาตำแหน่งอย่างละเอียดทำได้รวดเร็วและดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ข้อจำกัดของ A-GPS ก็มีเช่นกัน คือ การให้บริการระบบดังกล่าวนี้ยังคงใช้งานได้เฉพาะจุดที่มีสัญญาณมือถือเท่านั้น เมื่อเป็นแบบนี้แล้วผมไม่ขอแนะนำให้ใช้สมาร์ทโฟนที่ไม่สามารถเชื่อมต่อกับดาวเทียม GPS โดยตรงใช้เป็นอุปกรณ์นำทางเดินป่าที่ที่ซึ่งไร้สัญญาณโทรศัพท์โดยสิ้นเชิงครับ เพราะตอนแรกที่อยู่ขอบป่าอาจจะพอมีสัญญาณบ้าง หากเข้าไปลึกแล้วอุปกรณ์จะไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ โดยเฉพาะฟังก์ชั่นการระบุตำแหน่งและนำทาง จะทำให้เราตกที่นั่งลำบากได้

 

#จิสด้าก้าวสู่ปีที่20 #จิสด้า #GISTDA