• ภาษาไทย
  • English

19 ปี 19 เรื่องเด่นแห่งการพัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืน

19 ปี 19 เรื่องเด่นแห่งการพัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืน

2543

กำเนิดจิสด้า: กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม (ในขณะนั้น) ได้จัดตั้งหน่วยงานใหม่โดยรวมกองสำรวจทรัพยากรธรรมชาติด้วยดาวเทียม สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และ ฝ่ายประสานงานและส่งเสริมการพัฒนาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ศูนย์ข้อมูลข้อสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ตามพระราชกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2543 ในนามของ "สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)" ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2543

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) มีตัวย่อว่า "สทอภ." และมีชื่อภาษาอังกฤษ "Geo-Informatics and Space Technology Development Agency (Public Organization) - GISTDA" เป็นหน่วยงานของรัฐในรูปแบบองค์การมหาชน ซึ่งมุ่งเน้นการบริหารและดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อบริการข้อมูลภูมิสารสนเทศ บริการวิชาการต่าง ๆ ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

 

2544

ศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ: เป็นครั้งแรกที่ สทอภ. ได้จัดทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเพื่อจัดตั้งศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ 3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อเป็นการวางรากฐานและแนวทางในการนำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ มาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศให้กว้างขวางในระดับภูมิภาค จากนั้นอีกไม่กี่ปีต่อมาได้ขยายศูนย์ภูมิภาคฯ ไปยัง มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อให้ครอบคลุมในทุกภูมิภาค

 

2545

หนังสือภาพถ่ายดาวเทียมกับอุทกภัย: อุทกภัยเป็นภัยทางธรรมชาติที่ทำความเสียหายให้กับภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ทำหเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ เมื่อปี 2545 ประเทศไทยเกิดอุทกภัยร้ายแรงอีกครั้ง ทำความเสียหายแก่พื้นที่ 51 จังหวัด มูลค่าความเสียหายมากกว่า 13,000 ล้านบาท จิสด้าจึงได้ทำหนังสือรวบรวมข้อมูลภาพจากดาวเทียมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันทีเกี่ยวกับอุทกภัยที่เกิดในประเทศไทย รวมทั้งข้อมูลประกอบอื่นๆ ที่เป็นปัจจัยส่งผลต่อการเกิดอุทกภัยและตัวอย่างการประยุกต์ใช้ข้อมูลจากดาวเทียมสำรวจทรัพยากรด้านอุทกภัยในประเทศ สำหรับใช้เป็นข้อมูลและเอกสารประกอบการศึกษาอ้างอิง

 

2546

จากห้วงอวกาศสู่พื้นแผ่นดินไทย: จิสด้าจัดทำหนังสือจากห้วงอวกาศสู่พื้นแผ่นดินไทย ในวโรกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 4 รอบ โดยหนังสือดังกล่าวจะรวบรวมเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีรีโมทเซนซิง รายละเอียดเกี่ยวกับดาวเทียมสำรวจทรัพยากรการประยุกต์ใช้ข้อมูลจากดาวเทียมในสาขาต่างๆ พร้อมภาพจากดาวเทียม นอกจากนี้ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระราชานุญาตให้ลงพิมพ์เรื่อง ทรัพยบากรที่ดินในพื้นที่พรุและบริเวณใกล้เคียงในจังหวัดนราธิวาส อีกด้วย ซึ่งได้รับความสนใจจากนักวิชาการ นักเรียน และผู้สนใจทั่วไปเป็นอย่างยิ่ง

 

2547

โครงการ THEOS: โดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลฝรั่งเศส มอบหมายให้ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือจิสด้า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ในขณะนั้น) ดำเนินงานร่วมกับ บริษัท อี เอ ดี เอส แอสเตรียม (EADS Astrium) ประเทศฝรั่งเศส ในการพัฒนาดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงแรกของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อใช้ในภารกิจการสำรวจ ติดตาม และประเมินเชิงพื้นที่ของประเทศ การมีดาวเทียมธีออส ยังก่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการออกแบบและสร้างดาวเทียมให้แก่บุคลากรไทย การพัฒนาระบบดาวเทียม ระบบภาคพื้นดิน การควบคุมรับสัญญาณ และการจัดทำผลิตภัณฑ์ภาพ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศของประเทศไทย และนำมาซึ่งการพัฒนาประเทศด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างแท้จริง

 

2548

ภัยพิบัติคลื่นสึนามิ: ภัยธรรมชาติที่รุนแรงที่สุดที่เคยเกิดขึ้นบนแผ่นดินไทย "สึนามิ" ที่ซัดถาถามเข้าชายฝั่งทะเลอันดามันของไทย ตั้งแต่จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวม 6 จังหวัด จิสด้าจึงเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการวางแผนบรรเทาทุกข์ และฟื้นฟูบูรณะพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย โดยใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศเป็นเครื่องมือหลัก เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลในด้านต่างๆ  ส่งผลให้เกิดการเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว

 

2549

ศูนย์ข้อมูลดาวเทียม ALOS ภูมิภาคอาเซียน: จิสด้าได้รับความไว้วางใจจากองค์การสำรวจอวกาศแห่งชาติญี่ปุ่น หรือ JAXA ให้เป็นศูนย์ข้อมูลดาวเทียม ALOS สำหรับภูมิภาคอาเซียน เพื่อการรับสัญญาณและการบริการข้อมูลให้กับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครอบคลุมพื้นที่ 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว พม่า กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บรูไน และฟิลิปปินส์ โดยได้รับสัญญาณจากสถานีรับสัญญาณดาวเทียมที่ลาดกระบัง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2549

 

2550

ดิจิทัลไทยแลนด์: เป็นโครงการพัฒนาระบบการให้บริการข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์และข้อมูลดาวเทียมสู่สาธารณชนผ่านระบบเครือข่าย อินเทอร์เน็ต สามารถใช้งานเพื่อเรียกดูข้อมูลได้อย่างง่ายโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ดิจิทัลไทยแลนด์ได้พัฒนาจากซอฟต์แวร์รหัสเปิด “NASA World Wind” โดย การปรับปรุงให้เหมาะสมกับประเทศไทย มีข้อมูลด้านภูมิศาสตร์ของประเทศไทยที่ทันสมัย และมีข้อมูลดาวเทียมรายละเอียดสูง รวมทั้งข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ทั่วไป อาทิ ข้อมูลดาวเทียม LANDSAT ที่บันทึกภาพในปี 2548-2549 ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทย ข้อมูลดาวเทียม SPOT-5 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของประเทศไทย แนวแบ่งเขตการปกครองระดับจังหวัดและอำเภอ ที่ตั้งอำเภอ เส้นทางคมนาคม และสถานที่สำคัญอื่นๆ ลักษณะโดดเด่นอีกประการหนึ่งของดิจิทัลไทยแลนด์คือ สามารถทำงานแบบออฟไลน์ได้ เพื่อให้ผู้ที่สนใจเรียนรู้ ได้และสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสำรวจโลกจากห้วงอวกาศทุกที่ ทุกเวลา โดยผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อเข้ากับ อินเทอร์เน็ตได้อีกด้วย ดิจิทัลไทยแลนด์เป็นสื่อการเรียนการสอนอีกรูปแบบหนึ่งที่จะมุ่งเน้นให้นักเรียนและผู้ที่สนใจ เกิดความรู้และ ความเข้าใจทางด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมากขึ้น

 

2551

ความสำเร็จในการส่งดาวเทียมไทยโชต: ประเทศไทยส่งดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงแรกของประเทศ หรือไทยโชตขึ้นสู่วงโคจร เพื่อปฏิบัติภารกิจในการสำรวจและติดตามสถานการณ์ทุกพื้นที่ของโลก เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2551 ด้วยจรวดเนปเปอร์ จากฐานส่งจรวดเมืองยาสนี ประเทศรัสเซีย นับเป็นการเพิ่มบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลกด้วยการมีดาวเทียมสำรวจทรัพยากรเป็นของตนเอง และวางรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศของประเทศ

 

2552

บทบาทในเวทีโลก: ครั้งแรกของประเทศไทยโดยจิสด้าทีได้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการดาวเทียมสำรวจโลก ซึ่งมีภารกิจในการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการดำเนินความร่วมมือทั้งในเชิงนโยบายและเชิงวิชาการในกิจกรรมที่เกี่ข้องกับการสำรวจโลกด้วยดาวเทียม โดยจิสด้าได้ใช้โอกาสดังกล่าวในการผลักดันนโยบายที่สำคัญอันเป็นประโยชน์ต่อประชาคมโลก และการเป็นผู้นำในโครงการที่สำคัญหลายโครงการ เช่น การสนับสนุนกิจกรรมการใช้ประโยชน์จากดาวเทียมสำรวจโลกในเรื่อง Forest Carbon Monitoring และ Green House Gas Monitoring การเป็นผู้นำการดำเนินโครงการ Data Democracy เป็นต้น

 

2553

Two Pronged Grand Strategy: สทอภ. เริ่มดำเนินธุรกิจดาวเทียมไทยโชต ตามแนวทางยุทธศาสตร์การบริการ 2 ด้าน หรือที่เรียกว่า Two Pronged Grand Strategy ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์สร้างคุณค่า (Value Creation) ซึ่งคำนึงถึงผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับมากกว่ารายได้ที่เป็นจำนวนเงิน โดยเฉพาะ “ด้านเศรษฐกิจ” อาทิ การประเมินพื้นที่และผลผลิตพืชเศรษฐกิจจำพวกข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง การบริหารจัดการที่ดิน “ด้านสังคม” อาทิ การสนับสนุนข้อมูลจากดาวเทียมเพื่อภารกิจด้านความมั่นคง การบริหารราชการ ส่วนท้องถิ่น การพัฒนาองค์ความรู้สู่ชุมชน และการฝึกอบรมต่างๆ รวมถึง “ด้านสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ” เช่น การสนับสนุนข้อมูลเพื่อภารกิจด้านภัยพิบัติ การเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ ป่าไม้ และการกัดเซาะชายฝั่ง

ส่วนยุทธศาสตร์สร้างมูลค่า (Worth Creation) เป็นการดำเนินธุรกิจดาวเทียมเพื่อสร้างมูลค่าด้วยการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ โดย สทอภ. ได้เชิญชวนภาคเอกชนเข้าร่วมโครงการ “ความร่วมมือภาคเอกชนในการเป็นผู้แทน จำหน่ายข้อมูลจากดาวเทียมไทยโชตในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน” และมีหน่วยงานสนใจส่งข้อเสนอโครงการ ให้ สทอภ. พิจารณาให้สิทธิในการจำหน่ายข้อมูลและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มค่าจากข้อมูลดาวเทียมไทยโชตเพื่อให้บริการแก่ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ทั้งนี้ จะเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจภูมิสารสนเทศ ในประเทศไทย อันจะมีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศได้

 

2554

มหาอุทกภัยใหญ่ของประเทศไทย: จิสด้าใช้ข้อมูลภาพจากดาวเทียมในการติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำท่วมทุกพื้นที่ของประเทศไทย รวมทั้งประเมินความเสียหายในพื้นที่ที่ประสบภัยทั้งอาคารบ้านเรือนและพื้นที่เกษตร เพื่อส่งต่อข้อมูลฯ ให้กับหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องได้เร่งฟื้นฟูและเยียวยาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรม

 

2555

พัฒนาระบบเรดาร์ชายฝั่งเพื่อการเตือนภัยทางบกและทางทะเล: ประเทศไทยประสบปัญหาจากภัยธรรมชาติต่างๆ มากมาย อาทิ มหาอุทกภัยปี 2554 ซึ่งมีมวลน้ำจืดปริมาณมากไหลลงสู่อ่าวไทย ทำให้เกิดส่งผลกระทบต่อพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและเกษตรกรรมชายฝั่ง จากเหตุการณ์ดังกล่าว สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากการขาดข้อมูลและประสิทธิภาพในการป้องกันและแจ้งเตือน การขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการไหลเวียนของกระแสน้ำและคลื่นทั้งในเชิงเวลาและเชิงพื้นที่ การขาดความต่อเนื่องของข้อมูลและระบบ จิสด้าจึงดำเนินการพัฒนาระบบเรดาร์ชายฝั่งเพื่อการเตือนภัยทางบกและทางทะเล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เป็นต้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำข้อมูลกระแสน้ำและคลื่นที่ได้จากระบบมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการน้ำทั้งในทะเลและชายฝั่ง ปัจจุบันมีแล้ว 24 สถานี ในฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน

 

2556

น้ำมันดิบรั่วไหลกลางอ่าวไทย: ช่วงระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม - 4 สิงหาคม 2556 จิสด้าใช้ข้อมูลภาพจากดาวเทียมในการติดตามและตรวจสอบสถานการณ์การแพร่กระจายของคราบน้ำมันบริเวณผิวทะเลในบริเวณอ่าวพร้าวและตอนเหนือของเกาะเสม็ด ซึ่งมีปริมาณไม่น้อยกว่า 50,000 ลิตร โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นจิสด้าได้นำข้อมูลที่ได้จากการติดตามและประเมินสนับสนุนภารกิจของกองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเก็บกู้คราบน้ำมัน

 

2557

ดาวเทียมสแกนป่า: จากสถานการณ์การบุกรุกป่าที่รุนแรงในช่วงเวลานั้น จิสด้าได้รับคำสั่งเร่งด่วนจาก คสช. ให้ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ป่าที่โดนทำลายหรือบุกรุกทั่วทั้งประเทศไทย และนำไปสู่การต่อยอดในการพัฒนาระบบพิทักษ์ไพร และระบบอื่นๆ เพื่อการดูแลรักษาผืนป่าของประเทศ

 

2558

วิจัยและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีอวกาศ: จิสด้าเริ่มดำเนินการวิจัยและพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีอวกาศอย่างจริงจัง เนื่องจากเห็นว่าเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีที่มีต้นทุนสูงและจำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณเป็นจำนวนมาก โดยในปี 2558 จึงได้เริ่มดำเนินงานเพื่อทดแทนการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ จำนวน 3


โครงการ ได้แก่ 1) โครงการพัฒนาจานสายอากาศความถี่ S-Band ต้นแบบ (Wise AntennaofTransmissionExecution & Receiving System: WATER) 2) โครงการพัฒนาระบบวิเคราะห์และประมวลผลวงโคจรดาวเทียม (The Development of Satellite orbit analysis and Determination processing system: EMERALD) และ 3) โครงการพัฒนาระบบปฏิบัติการควบคุมและทดสอบประกอบดาวเทียม (Versatile Operational System for Satellite Control and Administration: VOSSCA)

 

2559

แหล่งเรียนรู้ด้านอวกาศแห่งแรกและแห่งเดียวของไทย: จิสด้า เล็งเห็นความสำคัญของการปลูกฝังจินตนาการทางด้านอวกาศให้เกิดขึ้น เพื่อให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้เข้ามาร่วมเรียนรู้ เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ประกอบกับหลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวมานานแล้ว ดังนั้น ถึงเวลาของประเทศไทยที่จะต้องส่งเสริมและผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง การที่ประเทศไทยมี Space Inspirium ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความตระหนักให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปหันมาให้ความสำคัญ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศของประเทศ และเราเชื่อมั่นว่าในอนาคตข้างหน้าประเทศของเราจะมีนักบินอวกาศไทยคนแรกที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Space Inspirium ที่ GISTDA ก็เป็นได้

 

2560

ไฟป่าหมอกควันลดลงต่ำสุดในรอบ 5 ปี: เป็นปีแรกที่จำนวนจุดความร้อน และพื้นที่เผาไหม้จากสถานการณ์ไฟป่าลดลงต่ำสุดในรอบ 5 ปี ปัจจัยสำคัญมาจากการที่หน่วยงานทุกหน่วยทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และกลุ่มอาสาสมัครต่างๆ ในพื้นที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาและร่วมมือกันอย่างจริงจัง รวมถึงการที่หน่วยงานทุกภาคส่วนเข้าใจบทบาทและวิธีการทำงานของแต่ละหน่วยงานมากขึ้น ส่งผลให้เกิดเครือข่ายที่สามารถเชื่อมโยงและประสานข้อมูลกันได้ทุกระดับ ตั้งแต่ก่อนและในช่วงฤดูไฟป่า จนทำให้พื้นที่เสี่ยงและภาวะวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ จิสด้าร่วมเป็นคณะทำงานติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน ภายใต้ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันแห่งชาติ มาตั้งแต่ 2557 โดยเข้าร่วมศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจไฟป่าหมอกควัน หรือ war room ในพื้นที่เสี่ยงทางภาคเหนือของประเทศไทย และสนับสนุนบุคลากรประจำในศูนย์ดังกล่าว กระจายตามจังหวัดต่างๆ ที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดไฟป่าหมอกควัน เพื่อทำงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมเพื่อการวางแผน ป้องกัน และบรรเทาปัญหาไฟป่าของจังหวัด รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศกับชุมชนและกลุ่มอาสาสมัครต่างๆให้สามารถใช้งานได้เป็น และทำงานร่วมกับหน่วยงานของรัฐได้อย่างเป็นระบบและเข้าใจในบริบทของกันและกัน

 

2561

แผนที่พี่ช่วยน้อง: จิสด้าสนับสนุนข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมให้แก่หน่วยงานภาครัฐ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 การประสานงานผ่านสถาบันการศึกษา ราชมงคลล้านนาเชียงราย เพื่อใช้ในการวางแผนการทำงานค้นหาทีมฟุตบอลเยาวชน “หมูป่าอะคาเดมี่แม่สาย” และโค้ช รวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมที่มีความละเอียดสูง มาสร้างเป็นข้อมูล 2 มิติ และ 3 มิติ เพื่อแสดงข้อมูลพื้นที่สำหรับค้นหาเยาวชนและโค้ชที่ยังติดอยู่ถ้ำ โดยนำภาพดาวเทียมซ้อนทับข้อมูลเส้นทางที่ได้จากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ปฏิบัติงานส่งมาให้ ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมดังกล่าวจึงเป็นเครื่องมือสำคัญหนึ่งในการวางแผนทำงานเพื่อค้นหาทั้ง 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำ การทำงานในครั้งนี้นับเป็นความร่วมมือกันของหลายภาคส่วน โดยคาดหวังว่าข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมนี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ค้นพบโพรงทางลัดเข้าสู่ภายในถ้ำได้โดยตรง

 

2562

วิจัยในอวกาศ: จิสด้าจับมือ สวทช. ส่งงานวิจัยสัญชาติไทย "การวิเคราะห์ปฏิสัมพันธ์ของโปรตีน-สารยับยั้ง และ โปรตีน-โปรตีน สำหรับการพัฒนายาต้านมาลาเรีย” ขึ้นไปทดลองปลูกผลึกในห้องปฏิบัติการอวกาศคิโบะโมดูล (Kibo Module) บนสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS ขององค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ JAXA ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ด้วยจรวด SpaceX CRS-18 โดยผลึกโปรตีนที่ปลูกขึ้นในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงบนอวกาศนี้ เราจะได้ลักษณะและคุณภาพของผลึกโปรตีนที่ดีกว่าการปลูกผลึกโปรตีนบนพื้นโลก งานวิจัยนี้เป็นของ ดร.ชัยรัตน์ อุทัยพิบูลย์ นักวิจัยอาวุโส ของศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และทีมงาน ภายใต้โครงการ National Space Exploration ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่เราสามารถส่งงานวิจัยไปทดลองยังสถานีอวกาศนานาชาติได้จริง และเป็นเครื่องยืนยันในมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์อวกาศและเทคโนโลยีอวกาศของเรา รวมทั้งเร็วๆ นี้ ก็จะมีการส่งงานวิจัยประเภทอื่นๆ ที่ผ่านการคัดเลือกไปทดลองบนอวกาศอีกอย่างแน่นอน เพื่อนำผลที่ได้มาเรียนรู้ พัฒนา และปรับปรุงให้สามารถใช้ประโยชน์ได้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น