เทคโนโลยีอวกาศต้องการทั้งคน งบประมาณ และโครงสร้างพื้นฐานที่ประเทศหนึ่งอาจจัดหาไม่ครบ เวที “Advancing Regional Cooperation for Space Technology and Capability Development” ในงาน Thailand Space Expo 2026 วันที่ 30 ตุลาคม 2569 เวลา 14:30–15:15 น. ณ เวที Plenary จึงนำองค์กรที่ทำงานข้ามประเทศมาอยู่ด้วยกัน โดยมี Xu Yansong, Director General, Department of Education and Training ของ APSCO, Wang Keran, Chief, Space Application Section, Information & Communications Technology & Disaster Risk Reduction Division ของ UNESCAP, Dr. Kaan Kalkan, Group Leader ของ TÜBİTAK Space Technologies Research Institute ประเทศตุรกี และ ผศ. ดร.ทัฏพงศ์ ตุลยานนท์ PI ของ Plant Biology & Astrobotany Laboratory คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมแลกเปลี่ยน ดำเนินรายการโดย ตติยะ ชื่นตระกูล Director General, Department of Program Operation and Data Service ของ APSCO
.
Asia-Pacific Space Cooperation Organization หรือ APSCO เป็นองค์การระหว่างรัฐบาล ก่อตั้งปี 2551 มีสำนักงานใหญ่ที่ปักกิ่ง และมีไทยเป็นหนึ่งในสมาชิก หน้าแนะนำขององค์กรอธิบายงานหลักว่าเป็นการแบ่งปันทรัพยากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการประยุกต์ใช้อวกาศ รวมถึงการฝึกอบรม โจทย์จึงไม่ได้อยู่แค่การมีโครงการร่วม แต่รวมถึงการทำให้คนและข้อมูลจากความร่วมมือนั้นใช้ได้ในประเทศสมาชิก บนเวที ผู้ร่วมเสวนาได้อธิบายความร่วมมือด้านการแบ่งปันข้อมูลดาวเทียมสำรวจโลก การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อสาธารณประโยชน์ และการสร้างโอกาสทดลองทางวิทยาศาสตร์อวกาศร่วมกัน ยกตัวอย่างผลที่เกิดขึ้นแล้วหรือกำลังทำอยู่คือ โครงการ CoSISE ใน Phase 1 ที่เปิดให้เข้าถึงภาพถ่ายดาวเทียมได้สำเร็จ, โครงการ AQUASCOPE ใน Phase 2 ที่นำ Deep Learning มาวิเคราะห์การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อติดตามการจัดการน้ำและความมั่นคงทางอาหาร, แพลตฟอร์ม SATGPT ของ UNESCAP ที่ผสานโมเดล AI (เช่น ChatGPT และ DeepSeek) วิเคราะห์ความเสี่ยงน้ำท่วม ดินถล่มในอินโดนีเซีย ตองกา ฟิลิปปินส์ ตลอดจนมลพิษ PM2.5 รวมไปถึงโครงการสำรวจระบบสุริยะ ดวงจันทร์ และดาวอังคาร และชี้ข้อจำกัดว่า ข้อมูลดาวเทียมความละเอียดสูงบางส่วนยังเข้าถึงได้เฉพาะประเทศเจ้าของเทคโนโลยี (เช่น จีน) และโควตาการทดลองบนแพลตฟอร์มอวกาศหลักอย่างสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) มีการแข่งขันสูงมาก ส่วนงานวิจัยด้านชีววิทยาพืชของมหาวิทยาลัยมหิดลถูกเชื่อมกับความร่วมมือนี้ผ่าน การคว้าโอกาสในกรอบ APSCO เพื่อส่งชุดทดลองปลูกต้นข้าวขึ้นสู่อวกาศร่วมกับภารกิจของจีน และเตรียมส่ง ‘ไข่ผำ’ (Wolffia) พืชคุณค่าทางอาหารสูงขึ้นไปทดลองวิจัยเป็นอาหารนักบินอวกาศร่วมกับระบบวิทยาศาสตร์ขั้นสูงในภารกิจถัดไป
.
ข้อพิจารณาสำคัญจากการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ ได้แก่
งานฝึกอบรมหรือโครงการร่วมที่ถูกเล่าบนเวที: เส้นทางความร่วมมือของ APSCO ที่เตรียมการ 20 ปี และดำเนินงานจริงเข้าสู่ปีที่ 17 ครอบคลุมวิทยาศาสตร์โลก แผ่นดินไหว บรรยากาศระดับสูง การสำรวจดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวอังคาร พร้อมการเปลี่ยนผ่านสู่ APSCO Phase 2, โครงการแบ่งปันข้อมูล CoSISE และโครงการ AQUASCOPE โดย TÜBİTAK ร่วมกับ APSCO, ระบบเตือนภัยและจัดการพิบัติภัย SATGPT โดย UNESCAP และโครงการทดลองวิทยาศาสตร์ชีวภาพอวกาศของมหาวิทยาลัยมหิดล
วิธีที่ความร่วมมือกลายเป็นขีดความสามารถในประเทศ: การเปลี่ยนข้อมูลดาวเทียมดิบให้กลายเป็น Open Data ที่เข้าถึงได้ฟรี พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี Deep Learning และ AI ให้หน่วยงานท้องถิ่นนำไปประยุกต์ใช้ติดตามการจัดการน้ำ ภัยพิบัติ และความมั่นคงทางอาหารได้จริง โดยไม่ต้องลงทุนมหาศาลเพื่อสร้างระบบดาวเทียมขึ้นเองทั้งหมด
ข้อจำกัดที่แต่ละองค์กรยกขึ้นมา: การเข้าถึงข้อมูลดาวเทียมเชิงลึกบางประเภทยังดาวน์โหลดได้เฉพาะจากจีน, ข้อจำกัดของโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรระหว่างประเทศสมาชิกที่ไม่เท่ากัน และความท้าทายในการแย่งชิงสล็อตทดลองบนสถานีอวกาศระดับสากลที่มีจำกัด
จุดที่งานวิจัยหรือการใช้งานของไทยเชื่อมกับความร่วมมือภูมิภาค: นักวิจัยไทยจากมหาวิทยาลัยมหิดลสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของการแข่งขันบน ISS โดยใช้กลไก APSCO ส่งการทดลองปลูกต้นข้าว และขยายผลสู่การศึกษาศักยภาพของไข่ผำในสภาวะอวกาศร่วมกับจีน พร้อมทั้งการนำแพลตฟอร์มข้อมูลและ AI ระดับภูมิภาคมาปรับใช้แก้ปัญหาน้ำท่วมและวิกฤตฝุ่นควัน PM2.5 ในระดับประเทศ
.
ร่วมงาน Thailand Space Expo 2026 วันที่ 28–31 ตุลาคม 2569 ณ ICONSIAM Hall ชั้น 7 ICONSIAM กรุงเทพฯ ดูรายละเอียดงานและเวทีเสวนาได้ที่ tsx.gistda.or.th หรือติดตามเนื้อหาน่าสนใจจากงานผ่านโซเชียลมีเดียของ GISTDA



แสดงความคิดเห็น