ประชาสัมพันธ์

19/06/2569 10
แชร์ :

ส่องอนาคตการประเมินการกักเก็บคาร์บอนภาคป่าไม้และการเกษตรผ่านอวกาศ: รู้จัก “Carbon Forecast” ฟีเจอร์ใหม่ (ในธันวาคม 69 นี้) เพื่อสนับสนุนการเข้าสู่ตลาดคาร์บอนเครดิต

ส่องอนาคตการประเมินการกักเก็บคาร์บอนภาคป่าไม้และการเกษตรผ่านอวกาศ: รู้จัก “Carbon Forecast” ฟีเจอร์ใหม่ (ในธันวาคม 69 นี้) เพื่อสนับสนุนการเข้าสู่ตลาดคาร์บอนเครดิต

.

การเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันและพัฒนาประเทศ ภาคเศรษฐกิจจึงต้องอาศัยอุตสาหกรรมเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน ส่งผลให้ภาคการผลิตเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งด้านการจ้างงาน การขนส่ง ตลอดจนรายได้จากการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ผลที่ตามมาคือการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งส่งผลต่อการทำลายชั้นบรรยากาศโลก สาเหตุของภาวะโลกร้อนขึ้นในปัจจุบัน

.

“ภาวะโลกร้อน” ถือเป็นปัญหาที่ทำให้หลายภาคส่วนหันมาให้ความสนใจและร่วมกันวางแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อโลกในระยะยาว เนื่องจากปัญหานี้อาจสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศที่ไม่อาจประเมินได้ เช่น ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ การเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต อีกทั้งในปัจจุบันภาวะโลกร้อนเริ่มส่งผลโดยตรงต่อมนุษย์ทั้งการเพิ่มของระดับน้ำทะเลที่ทำให้หลายพื้นที่เสี่ยงจมน้ำ รวมถึงอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพและวิถีชีวิตในวงกว้าง

.

จากผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้ภาคอุตสาหกรรมเริ่มปรับตัว เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจสามารถดำเนินควบคู่ไปกับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ภาครัฐและเอกชนจึงร่วมกันผลักดันการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งหนึ่งในมาตรการสำคัญที่ได้รับความสนใจคือการนำ “คาร์บอนเครดิต” มาเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างแรงจูงใจให้ภาคอุตสาหกรรม พร้อมทั้งสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่รัฐบาลกำลังผลักดันให้เกิดในอนาคต

.

“คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit)” คือ หน่วยที่ใช้แสดงปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่แต่ละองค์กรลดการปล่อยหรือกักเก็บได้ โดยผู้ประกอบการที่สามารถควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) รวมถึงก๊าซเรือนกระจกชนิดอื่นๆ ต่ำกว่าระดับที่กำหนดในแต่ละปีองค์กรนั้นจะได้รับคาร์บอนเครดิตตามปริมาณที่ลดลง ซึ่งนำไปจำหน่ายหรือชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรที่ต้องการระหว่างองค์กรในตลาดคาร์บอนเครดิต กลไกดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมในตลาดคาร์บอน เพื่อขยายโอกาส ทางเศรษฐกิจและแหล่งรายได้ใหม่ให้ผู้ประกอบการควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำภายในปี 2050 ของภาครัฐ

.

ปัจจุบัน “ตลาดคาร์บอนเครดิต” ของประเทศไทยถือว่าในอยู่ช่วงเริ่มต้น เนื่องจากช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาหลายภาคส่วนเริ่มหันมาให้ความสนใจกับประเด็นด้านคาร์บอนเครดิตเพิ่มมากขึ้นทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน รวมถึงสถาบันต่างๆ ที่ได้ออกมาเผยแพร่ข้อมูลและองค์ความรู้เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ส่งผลให้ประชาชนเริ่มตื่นตัวกับการให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น แต่ถึงตลาดคาร์บอนในประเทศไทยจะมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อกังวลจากหลายฝ่ายเกี่ยวกับโครงสร้างตลาด กระบวน การขึ้นทะเบียนและการซื้อขายคาร์บอนเครดิต ตลอดจนความคุ้มค่าในการลงทุน ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ เนื่องจากสาเหตุด้านการพัฒนาโครงการ รวมถึงการตรวจวัดและรับรองผลการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำเป็นต้องอาศัยต้นทุน เทคโนโลยี และทรัพยากรในการดำเนินงานค่อนข้างสูง

.

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้นำข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมมาประมวลผลร่วมกับเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เพื่อพัฒนาออกมาเป็นแพลตฟอร์มภูมิสารสนเทศ ได้แก่ “Carbon Atlas” เพื่อนำมาใช้ติดตามสถานการณ์และศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่การเกษตร ซึ่งเริ่มมีการพัฒนาตั้งแต่ปี 2567 และในปี 2568 ที่ผ่านมา แพลตฟอร์ม “Carbon Atlas” โดย GISTDA ได้รับการรับรองด้านระเบียบวิธีการประเมินการกักเก็บคาร์บอนใน 5 ประเภทข้อมูล ได้แก่ ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าชายเลน และสวนยางพารา จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของแพลตฟอร์มดังกล่าว

.

ปัจจุบันแพลตฟอร์ม “Carbon Atlas” ยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อการใช้ประโยชน์ที่ครอบคลุมในทุกมิติและขยายกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้น ซึ่งขณะนี้มีการนำข้อมูลการกักเก็บคาร์บอนของพื้นที่ป่าไม้และยางพาราทั่วประเทศในปี 2565, 2567 และ 2569 มาเป็นฐานข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์ เพื่อประเมินต้นทุนและผลกำไรสำหรับผู้ประกอบการ หรือผู้ซื้อขายคาร์บอนเครดิต รวมถึงคาดการณ์ปริมาณคาร์บอนเครดิตในปี 2570 และ 2572 ภายใต้ฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อว่า “Carbon Forecast”

.

เพราะเหตุใด GISTDA จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาระบบคาดการณ์ปริมาณคาร์บอนเครดิตหรือ “Carbon Forecast” และฟีเจอร์นี้สามารถตอบโจทย์อะไรบ้างแก่ผู้ใช้งาน

.

1. ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจในการเข้าสู่ตลาดการซื้อ - ขายคาร์บอนเครดิต เนื่องจากในฟีเจอร์ Carbon Forecast ที่มีการกำลังพัฒนาสามารถเป็นข้อมูลคาดการณ์ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในอีก 1 ถึง 3 ปีข้างหน้า เพื่อประเมินพื้นที่เป้าหมายที่น่าสนใจว่า ในอนาคตจะมีการอัตราการเพิ่มของการกักเก็บปริมาณคาร์บอนไปในทิศทางใด อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้ภาครัฐในเชิงนโยบายการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในแต่ละพื้นที่

2. ประเมินความคุ้มค่าต่อการลงทุนในตลาดซื้อ - ขายคาร์บอนเครดิตให้กับผู้ที่สนใจ เช่น เจ้าของธุรกิจขนาดย่อมหรือชุมชนท้องถิ่นในการลงทุน เพื่อการประเมินคาร์บอนเครดิตตามมาตรฐาน Standard T-VER โดยฟีเจอร์ Carbon Forecast จะสามารถคำนวณต้นทุน ผลกำไร รวมถึงความคุ้มค่าต่อการลงทุน ซึ่งพิจารณาจากต้นทุน ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนได้ และราคาคาร์บอนเครดิตในตลาดของ อบก.

.

โดยขณะนี้ฟีเจอร์ Carbon Forecast อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น โดยฟีเจอร์นี้จะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงเดือนธันวาคม 2569 นี้

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องกรอกมีเครื่องหมาย

โดเมนอีเมลที่อนุญาต / Allowed email domains: *.or.th, *.ac.th, gmail.com, hotmail.com

แนะนำการใช้งานหน้าเนื้อหา

  1. ใช้เบรดครัมบ์ด้านบนเพื่อกลับไปยังหมวดต้นทาง
  2. เอกสารแนบและแกลเลอรีรูปภาพอยู่ท้ายเนื้อหา กดเพื่อเปิดหรือดาวน์โหลด
  3. ใช้ปุ่มแชร์เพื่อส่งต่อบทความนี้

การเข้าถึงและปุ่มลัด

  • กด Tab เพื่อไล่โฟกัส, Enter หรือ Space เพื่อสั่งงาน และ Esc เพื่อปิดหน้าต่างนี้
  • ลิงก์ "ข้ามไปยังเนื้อหา" อยู่จุดแรกสุดของทุกหน้า กด Tab หนึ่งครั้งจะเจอ
  • ปรับขนาดตัวอักษรและโหมดสี (ปกติ / มืด / คอนทราสต์สูง) ได้จากแถบด้านบน ระบบจะจำค่าไว้ให้
  • เว็บไซต์พัฒนาตามแนวทาง WCAG 2.2 ระดับ AA รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ