ฝุ่นที่เราหายใจ อากาศร้อนที่กระทบสุขภาพ หรือพื้นที่เสี่ยงไข้เลือดออก ล้วนเป็นโจทย์ใกล้ตัวที่ข้อมูลจากอวกาศเข้ามาช่วยให้มองเห็นและรับมือได้ เวที “Life Dee: จากข้อมูลอวกาศ…สู่คุณภาพชีวิตประชาชน” ในงาน Thailand Space Expo 2026 นำมุมมองจากผู้บริหารท้องถิ่นมาร่วมแลกเปลี่ยน โดยมี ศิริชิน หาญพิทักษ์พงศ์ นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก, วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา, นางสาวพิศทยา ไชยสงคราม นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี, สุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน, สัจจวิทย์ ลีลาวณิชย์ นายกเทศมนตรีเมืองพะเยา, อิทธิชัย ตันบุตร นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่, ชาตรี ศรีเรือง รองนายกเทศมนตรีเมืองชลบุรี และ สัญชาย ชาตรีทัพ รองปลัดเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ดำเนินรายการโดย ดร.ฌานิกา สุขวัฒนวิจิตร จาก GISTDA
.
LifeDee เป็นแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันบริหารจัดการสุขภาพเชิงพื้นที่ หรือ GeoHealth Platform ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง GISTDA กรมอนามัย และกรมอุตุนิยมวิทยา เชื่อมข้อมูลจากเทคโนโลยีอวกาศ ดาวเทียม และข้อมูลภาคพื้นดินเข้ากับการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพ ตั้งแต่สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 พื้นที่เสี่ยงไข้เลือดออก ไปจนถึงดัชนีความร้อน พร้อมข้อมูลสภาพอากาศเฉพาะจุดและการค้นหาสถานพยาบาลใกล้เคียง คำถามของเวทีนี้จึงอยู่ที่ว่า ท้องถิ่นจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการตัดสินใจและส่งต่อถึงประชาชนได้อย่างไร บนเวที ผู้ร่วมเสวนาได้เล่าปัญหาสำคัญในพื้นที่ว่า ภัยพิบัติมีความถี่และรุนแรงขึ้นอย่างมาก เช่น เทศบาลเมืองน่านที่เผชิญน้ำท่วมใหญ่รอบ 208 ปี หรือเทศบาลนครนครศรีธรรมราชที่ท่วมซ้ำซากทุกปี แต่ระบบเตือนภัยในอดีตมักเป็นแบบ ‘เหมาเข่ง’ ทั้งจังหวัดซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงและอพยพคนทั้งเมืองไม่ได้ ขณะเดียวกันกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้พิการ (เช่น ในเทศบาลนครอุบลราชธานีที่มีกลุ่มเปราะบางกว่า 20,000–30,000 คน) ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเข้าถึงสมาร์ตโฟนหรือเทคโนโลยีดิจิทัลได้ ประกอบกับข้อมูลระหว่างกระทรวงยังกระจัดกระจาย ขาดรายละเอียดเชิงลึกระดับบุคคล (เช่น โรคประจำตัว ภาวะติดเตียง หรือความต้องการยาเฉพาะทาง) ทำให้การเข้าสู่ระบบสาธารณสุขและการช่วยเหลือในภาวะวิกฤตยังมีความล่าช้า
.
ยกตัวอย่างการใช้ข้อมูลเพื่อดูแลประชาชนคือ เทศบาลนครนครศรีธรรมราชที่ใช้ประโยชน์จากข้อมูลดาวเทียม GISTDA ร่วมกับกล้อง CCTV ท้องถิ่นตรวจวัดระดับน้ำแบบเรียลไทม์ ชิงความได้เปรียบในช่วง ‘นาทีทอง 19 ชั่วโมง’ วางแผนอพยพกลุ่มเปราะบางตามระดับความเสี่ยงโซนสีแดง-เหลือง-เขียว ภายใต้แนวทาง One Map, One Action Plan หรือเทศบาลเมืองชลบุรีที่นำแนวคิด Digital Twin มาจำลองเส้นทางอพยพและวางแผนจัดสรรงบประมาณเชิงพื้นที่เพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ ควบคู่กับการแจ้งเตือนฝุ่น PM2.5 ล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน LifeDee เพื่อการดูแลสุขภาพเชิงรุก
.
ทุกจังหวัดมองเห็นตรงกันว่า Dashboard สำคัญต่อการบริหารบ้านเมืองจริง โดยต้องเร่งยกระดับสู่ City Digital Data Platform และ Dashboard กลางที่เชื่อมโยงข้อมูลหลายมิติทั้งจากดาวเทียม เซนเซอร์ และระบบราชการเข้าด้วยกัน ให้ทุกหน่วยงานและประชาชนเข้าถึงได้จริง พร้อมทั้งเสริมพลังข้อมูลระดับย่อยจากภาคพื้นดินด้วยเครือข่าย อสม. และผู้นำชุมชนในการสำรวจพิกัดสุขภาพรายบุคคล เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัลและแปลงข้อมูลเชิงเทคนิคให้กลายเป็นคู่มือปฏิบัติการที่เจ้าหน้าที่หน้างานนำไปใช้ช่วยเหลือได้ทันที
.
สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากเวทีนี้ ได้แก่
โจทย์สุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่แต่ละท้องถิ่นต้องรับมือ: วิกฤตน้ำท่วมฉับพลันและน้ำท่วมขังซ้ำซาก, ภัยฝุ่นควัน PM2.5, คลื่นความร้อน (Heat Index), โรคประจำถิ่น และการดูแลกลุ่มเปราะบาง/ผู้ป่วยติดเตียงในสังคมสูงวัย
การนำข้อมูลจาก LifeDee ไปใช้วางแผนและตัดสินใจของเทศบาล: การผสานข้อมูล GeoHealth เข้ากับแผนผังเมือง เทคโนโลยี Digital Twin และ Dashboard ท้องถิ่น เพื่อการจัดสรรบุคลากร งบประมาณเชิงพื้นที่ และการจำลองแผนเผชิญเหตุก่อนเกิดภัย
วิธีทำให้ข้อมูลและการแจ้งเตือนเข้าถึงประชาชน รวมถึงผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง: การพัฒนาระบบเตือนภัยเฉพาะจุด (Hyperlocal Warning) แทนการเตือนแบบภาพรวมทั้งจังหวัด ควบคู่กับการสื่อสารผ่านเครือข่าย อสม. และผู้นำชุมชนเพื่อดูแลผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงสมาร์ตโฟน
ความร่วมมือและขั้นตอนถัดไปที่จะทำให้เกิดผลในพื้นที่: การที่ GISTDA ร่วมมือกับ 8 เทศบาลนำร่องในการบูรณาการ Big Data จากทุกหน่วยงานให้กลายเป็น Single Source of Truth (One Data) และเชื่อมโยงข้อมูลภาคประชาชนเข้าสู่ระบบอย่างเป็นรูปธรรม
.
ร่วมงาน Thailand Space Expo 2026 วันที่ 28–31 ตุลาคม 2569 ณ ICONSIAM Hall ชั้น 7 ICONSIAM กรุงเทพฯ ดูรายละเอียดงานและเวทีเสวนาได้ที่ tsx.gistda.or.th หรือติดตามเนื้อหาน่าสนใจจากงานผ่านโซเชียลมีเดียของ GISTDA





แสดงความคิดเห็น