GISTDA เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านภูมิสารสนเทศแห่งชาติ พ.ศ. 2571–2575 มุ่งยกระดับการพัฒนาภูมิสารสนเทศเพื่อขับเคลื่อนประเทศ
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการภูมิสารสนเทศแห่งชาติ (กภช.) จัดการสัมมนา “รับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านภูมิสารสนเทศแห่งชาติ พ.ศ. 2571–2575” เพื่อเปิดรับฟังข้อคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลภูมิสารสนเทศ เพื่อให้แผนปฏิบัติการฯ มีความครอบคลุม สอดคล้องกับบริบทการพัฒนาประเทศ และได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน
.
วันนี้ (22 กรกฎาคม 2569) ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม C โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA ในฐานะกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการภูมิสารสนเทศแห่งชาติ กล่าวว่า ประเทศไทยได้ขับเคลื่อนการพัฒนาด้านภูมิสารสนเทศภายใต้แผนระดับชาติมาแล้ว 2 ฉบับ นับตั้งแต่ปี 2560 โดยแผนฉบับแรกมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศของประเทศ ขณะที่แผนฉบับที่ 2 มุ่งยกระดับข้อมูลภูมิสารสนเทศกลางเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รองรับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการภัยพิบัติ การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และการพัฒนาประเทศในมิติต่าง ๆ
.
ปัจจุบัน เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการบูรณาการร่วมกับ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เทคโนโลยีคลาวด์ (Cloud Computing) และเทคโนโลยีควอนตัม (Quantum Technology) ซึ่งจะยกระดับศักยภาพในการประมวลผลข้อมูล การวิเคราะห์เชิงพื้นที่ และการตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ข้อมูลเชิงพื้นที่มีบทบาทสำคัญต่อการบริหารจัดการและการพัฒนาในทุกภาคส่วน จึงมีความจำเป็นต้องยกระดับระบบภูมิสารสนเทศของประเทศให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านภูมิสารสนเทศแห่งชาติ พ.ศ. 2571–2575 จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศของประเทศในระยะต่อไป โดยมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และส่งเสริมการเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ตลอดจนการพัฒนาประเทศในอนาคต
.
GISTDA ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการภูมิสารสนเทศแห่งชาติ จึงได้ขับเคลื่อนการจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านภูมิสารสนเทศแห่งชาติ พ.ศ. 2571–2575 ซึ่งนับเป็นแผนปฏิบัติการด้านภูมิสารสนเทศของประเทศฉบับที่ 3 เพื่อให้การดำเนินงานด้านภูมิสารสนเทศมีความต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล การยกระดับการบริหารจัดการภาครัฐ และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยการสัมมนาครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะ เพื่อให้แผนปฏิบัติการฯ มีความสมบูรณ์และสามารถนำไปใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
.
ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.พงศ์ศักดิ์ ตฤณธวัช ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงิน การตลาด และกลยุทธ์องค์กร บรรยายพิเศษในหัวข้อ “การเปิดเผยข้อมูลภูมิสารสนเทศภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและนวัตกรรมของประเทศ” โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ ซึ่งจะช่วยให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก ส่งเสริมการบูรณาการข้อมูลระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและนวัตกรรม เพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความน่าเชื่อถือของข้อมูลผ่านการใช้ฐานข้อมูลกลางร่วมกัน
.
นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์และกรอบการดำเนินงานใน (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านภูมิสารสนเทศแห่งชาติ พ.ศ. 2571–2575” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ที่ปรึกษาโครงการจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการฯ ซึ่งได้นำเสนอผลการดำเนินงานของแผนปฏิบัติการฉบับปัจจุบัน ทั้งในส่วนของผลสัมฤทธิ์ ประเด็นที่ยังอยู่ระหว่างการขับเคลื่อน และข้อเสนอแนะในการพัฒนา เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางดำเนินงานของแผนปฏิบัติการฉบับใหม่
.
การสัมมนาครั้งนี้ยังจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนปฏิบัติการฯ โดยแบ่งผู้เข้าร่วมกว่า 200 คน ออกเป็น 5 กลุ่มย่อย ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ภาคประชาชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อซักถามอย่างสร้างสรรค์ อันเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยข้อคิดเห็นที่ได้รับจะนำไปประกอบการปรับปรุง (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านภูมิสารสนเทศแห่งชาติ พ.ศ. 2571–2575 ให้มีความสมบูรณ์ สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและบริบทการพัฒนาประเทศ และสามารถใช้เป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาด้านภูมิสารสนเทศของประเทศในระยะต่อไป

แสดงความคิดเห็น