ประชาสัมพันธ์
ก้าวต่อไปของ THEOS-3 กับภารกิจยกระดับเศรษฐกิจอวกาศ ด้วยดาวเทียมฝีมือคนไทย

อัปเดตความคืบหน้าของ “THEOS-3” ดาวเทียมสำรวจโลกดวงถัดไปของ GISTDA ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทย ในการออกแบบ ผลิต ประกอบ และทดสอบดาวเทียมภายในประเทศ พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่ยุค “เศรษฐกิจอวกาศ” อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีดาวเทียมไทยโชต หรือ THEOS-1 และ THEOS-2 ประจำการอยู่ในวงโคจร เป็นสองดาวเทียมสำรวจโลกความละเอียดสูง ที่สนับสนุนข้อมูลให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง และ THEOS-3 จะเข้ามาเสริมภารกิจในส่วนนี้ พร้อมยกระดับมุมมองภาพถ่ายให้กว้างขึ้น และเหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ด้านเกษตรกรรม และด้านภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
บนดาวเทียม THEOS-3 จะใช้ซอฟต์แวร์จัดการภารกิจดาวเทียม หรือ Flight Software ที่ถูกออกแบบและพัฒนาโดยวิศวกรไทยแบบ 100% เพื่อทำหน้าที่ควบคุมระบบย่อยของดาวเทียม (Subsystems) การจัดการคำสั่ง (Command Handling) และการประมวลผลภารกิจ (Mission Data Processing) เพื่อให้การดำเนินงานของดาวเทียมเป็นไปตามเป้าหมาย ร่วมกับระบบควบคุมบนภาคพื้นดิน ซึ่งขณะนี้ทีมของ GISTDA กำลังทดสอบการทำงานของซอฟต์แวร์ ร่วมกับอุปกรณ์ต้นแบบทางวิศวกรรมของดาวเทียม หรือ Engineering Model (EM) ของดาวเทียม ในศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ หรือ NAIT เพื่อให้มั่นใจว่าทุกระบบสามารถทำงานได้ตามแผนที่ออกแบบไว้ ก่อนนำขึ้นไปใช้งานจริงในห้วงอวกาศ
นอกจากการออกแบบซอฟต์แวร์โดยวิศวกรไทยแล้ว ดาวเทียม THEOS-3 ยังได้มีการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในไทย โดยผู้ประกอบการภายในประเทศมากกว่า 10% ของดาวเทียมทั้งหมด อาทิ โครงสร้างหลัก ระบบกระจายพลังงาน แผงโซลาร์เซลล์ และสายอากาศ เป็นต้น ซึ่งสะท้อนถึงการพัฒนา ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอวกาศ หรือ Space Supply Chain ภายในประเทศ จากการถ่ายทอดองค์ความรู้ของ GISTDA สู่ภาคเอกชน
ศักยภาพของ THEOS-3 คือความสามารถในการบันทึกภาพในช่วงคลื่นอินฟราเรดใกล้ (VNIR) และย่านอินฟราเรดคลื่นสั้น (SWIR) ในมุมมองที่กว้างกว่าดาวเทียมสองดวงแรก ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการใช้ข้อมูลด้านเกษตรกรรม อาทิ การติดตามการเจริญเติบโต สุขภาพและความสมบูรณ์ของพืช รวมถึงภัยพิบัติด้านเกษตร ที่สามารถครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้นกว่าเดิม ช่วยให้ติดตามความเปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่องขึ้น ตรงกับความต้องการของหน่วยงานส่วนมากในประเทศไทย
การพัฒนาทั้งหมดยังคงดำเนินการต่อไปในศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ ณ อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นศูนย์ NAIT แห่งแรกในอาเซียน ที่ได้ผ่านมาตรฐานระดับโลก สามารถประกอบดาวเทียมในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมอนุภาคตามมาตรฐานสากล พร้อมอุปกรณ์จำลองสภาพแวดล้อมที่ดาวเทียมต้องเผชิญในอวกาศ เช่น เครื่องทดสอบแรงสั่นสะเทือนขณะนำส่ง และเครื่องจำลองสภาวะสุญญากาศ พร้อมวัฏจักรอุณหภูมิ -170 ถึง 170 องศาเซลเซียส เพื่อจำลองสภาพแวดล้อมจริง ๆ ระหว่างที่ดาวเทียมกำลังโคจรรอบโลกจากฝั่งกลางคืนไปสู่ตอนกลางวัน
THEOS-3 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมอวกาศ หรือ Space Ecosystem ของประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบภารกิจ พัฒนาชิ้นส่วนของดาวเทียม ถ่ายทอดองค์ความรู้จาก GISTDA สู่ภาคเอกชน เพื่อนำมาสู่การประกอบ ทดสอบ และเตรียมการนำส่งขึ้นสู่วงโคจร ก่อนที่จะสามารถนำข้อมูลมาใช้งาน และประยุกต์ใช้ตามความต้องการต่าง ๆ ได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด โดยประเทศไทยมีอธิปไตยด้านข้อมูลจากอวกาศเป็นของตนเอง และมีบุคลากรที่มีทักษะสูงในสายงานด้านอวกาศ รองรับกับการเติบโตของเศรษฐกิจอวกาศโลกอย่างทันท่วงที
ดาวเทียม THEOS-3 เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มดาวเทียมสำรวจโลก หรือ Constellation ของ GISTDA ที่จะมีการพัฒนาดาวเทียมรวมทั้งสิ้น 18 ดวง เพื่อให้ครอบคลุมต่อการใช้งานในด้านต่าง ๆ ของไทย โดยองค์ความรู้จากการพัฒนาดาวเทียมดวงนี้ สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาดาวเทียมรุ่นถัดไปในกลุ่ม Constellation พร้อมกับประยุกต์เป็น Spinoff ให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้ในเวลาเดียวกัน
จากดาวเทียม “ไทยทำ ไทยใช้” จะเป็นการกำหนดอนาคตอวกาศของไทย โดยคนไทยด้วยกันเอง

แสดงความคิดเห็น