ประชาสัมพันธ์
Life Dee เดินหน้าต่อเนื่อง เปิดฟีเจอร์ใหม่ “การเข้าถึงบริการสาธารณะสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ” ชูเทคโนโลยีเพื่อความเท่าเทียม การันตีด้วย 2 รางวัลใหญ่ : เลิศรัฐ 2567 และ TAB Digital Inclusive Award 2569

Life Dee เดินหน้าต่อเนื่อง เปิดฟีเจอร์ใหม่ “การเข้าถึงบริการสาธารณะสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ”
ชูเทคโนโลยีเพื่อความเท่าเทียม การันตีด้วย 2 รางวัลใหญ่ : เลิศรัฐ 2567 และ TAB Digital Inclusive Award 2569
……………………………………………………………………………………..
“การยกระดับคุณภาพชีวิตของคนให้ดีขึ้น” นี่ก็คือเป้าหมายสำคัญของ GISTDA ในการพัฒนาแอปพลิเคชัน Life Dee ในปัจจุบัน ที่ไม่ได้เป็นแค่แอปพลิเคชันด้านสุขภาพที่ดูเรื่องฝุ่น PM 2.5 เพียงอย่างเดียว แต่ยังได้ต่อยอดการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศไปสู่เรื่องของสังคมในวงกว้าง และยังมุ่งเน้นขยายฐานกลุ่มผู้ใช้งานไปยัง “กลุ่มเปราะบาง” เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมในสังคมมากยิ่งขึ้น
.
ล่าสุด แอปพลิเคชัน Life Dee ได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่ “การเข้าถึงบริการสาธารณะสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ” ซึ่งออกแบบมาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการและผู้สูงอายุโดยเฉพาะ
ดร.ฌานิกา สุขวัฒนวิจิตร หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงทางสังคม สำนักประยุกต์และพัฒนาภูมิสารสนเทศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA บอกว่า ระบบนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานที่เป็นผู้พิการหรือผู้สูงอายุ สามารถวางแผนการเดินทาง และเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่เป็นบริการสาธารณะได้อย่างสะดวกสบาย ผ่านระบบแผนที่ในแอปพลิเคชัน ซึ่งเน้นการให้บริการข้อมูลที่แม่นยำ
.
“ ผู้ใช้งานสามารถใช้งานระบบได้อย่างสะดวก เพียงแค่สืบค้นสถานที่ที่ต้องการจะเดินทางไปจาก Life Dee เช่น โรงพยาบาล หรือสถานีขนส่ง และเมื่อคลิกเข้าไปจะพบสัญลักษณ์และรูปภาพของสิ่งอำนวยความสะดวกนั้น ๆ เช่น ทางลาดสำหรับรถเข็น สถานที่ติดต่อ หรือประชาสัมพันธ์สำหรับคนพิการ ห้องน้ำสำหรับคนพิการ รวมถึงจำนวนจุด และระบุที่ตั้งในแผนที่ สามารถคลิกเข้าไปดูรายละเอียดถึงเส้นทางเดินว่า มีทางลาดสำหรับรถเข็นอยู่ตรงไหนเพื่อให้ผู้พิการหรือผู้สูงอายุที่นั่งรถเข็นสามารถนำทางไปได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น”
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2569 GISTDA จะพัฒนาแผนที่การเข้าถึงบริการสาธารณะสำหรับรองรับกลุ่มเปราะบางดังกล่าวให้ครอบคลุมเมืองใหญ่ใน 15 จังหวัดที่เป็นเป้าหมายการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน พิษณุโลก นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา นครศรีธรรมราช สงขลา ภูเก็ต กระบี่และพังงา
.
ดร.ฌานิกา บอกอีกว่า จากการพูดคุยกับทางเทศบาลใน 15 จังหวัด นอกเหนือจากการเข้าถึงบริการสาธารณะแล้ว GISTDA ยังมุ่งหวังให้เกิดการนำเทคโนโลยีอวกาศไปใช้ประโยชน์ในการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น จึงเกิดแนวคิดในการให้หน่วยงานเจ้าของพื้นที่เก็บพิกัดกลุ่มเปราะบาง โดยหลัก ๆ ได้แก่ คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้สูงอายุ เพื่อใช้ในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน จะสามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ซึ่งการเก็บข้อมูลนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละเทศบาล
.
นอกจากนี้ Life Dee มีแผนจะเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่เพิ่มเติมภายในปีนี้ คือ “เส้นทางอพยพกับพื้นที่ปลอดภัยทั่วประเทศ” โดย GISTDA ได้มีการทำโครงการต้นแบบมาแล้วที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยต่อยอดจากการทำแบบจำลองผลกระทบจากน้ำท่วม ที่ทำให้เห็นภาพพื้นที่รับผลกระทบจากน้ำท่วม และพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงคำนวณเส้นทางอพยพให้ด้วย ซึ่งได้รับสนใจจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีความพร้อมในเรื่องสถานีตรวจวัดระดับน้ำ ในการเป็นพื้นที่ต้นแบบแห่งที่สอง โดยอยู่ระหว่างดำเนินการความร่วมมือ
.
ระบบแผนที่การเข้าถึงบริการสาธารณะสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุจาก Life Dee ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเท่าเทียม และทำให้กลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะในสังคมได้สะดวกและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางความเหลื่อมล้ำในสังคมปัจจุบัน
.
ตอกย้ำคุณค่าของการใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศของไทย ที่ GISTDA มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลให้ “ทุกคนเข้าถึงได้” การันตีด้วยรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2567 ด้านการบริการภาครัฐระดับดี ประเภทนวัตกรรมบริการ และล่าสุดได้รับรางวัล “TAB Digital Inclusive Award 2569 สาขาการเข้าถึงแอปพลิเคชันยอดเยี่ยม” จากสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย.
--------------------------------------------------------------

แสดงความคิดเห็น