ประชาสัมพันธ์
มองโอกาสของไทยกับโครงการอาร์เทมิส จากงานวิจัย สู่การร่วมสำรวจห้วงอวกาศลึก

NASA หรือ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ ได้ประกาศแผนชุดล่าสุดสำหรับโครงการอาร์เทมิส ที่มุ่งเน้นถึงการสำรวจดวงจันทร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนารากฐานการออกเดินทางสู่ดาวอังคารในอนาคต
.
แผนการล่าสุดของโครงการอาร์เทมิส ได้เพิ่มความถี่ของภารกิจให้มีการนำส่งอย่างน้อย 1 เที่ยวบินต่อปี โดยวางหมุดหมายให้มีการลงจอดในช่วงต้นปี 2028 กับภารกิจอาร์เทมิส 4 และเตรียมเริ่มการก่อสร้างฐานบนดวงจันทร์ในภารกิจอาร์เทมิส 5 ณ ช่วงปลายปี 2028
.
การปรับเปลี่ยนดังกล่าว มุ่งเน้นไปที่เสถียรภาพของระบบขนส่งเพื่อพานักบินอวกาศเดินทางไปถึงดวงจันทร์ได้อย่างปลอดภัย โดยลดความซับซ้อนจากการมีรุ่นแยกย่อยของจรวด SLS หรือ Space Launch System ลง เพื่อให้สามารถพัฒนาจรวดได้อย่างไร้รอยต่อ เป็นมาตรฐานขั้นต้นสำหรับการนำส่งลูกเรือและสัมภาระจากโลกสู่ห้วงอวกาศลึก
.
หากพิจารณาถึงบริบทของไทยในปัจจุบัน ที่มีงานวิจัยและความร่วมมือด้านต่าง ๆ ร่วมกับ NASA และหน่วยงานที่มีบทบาทในโครงการอาร์เทมิสอย่างต่อเนื่อง จึงมีความเป็นไปได้สูงที่เราอาจได้เห็นธงชาติไทย ผลงานจากฝีมือและความสามารถของบุคลากรไทย ร่วมเดินทางไปกับโครงการอาร์เทมิสได้จริงในอนาคต
.
เพื่อตอบรับกับโอกาสและความเป็นไปได้ของประเทศไทย GISTDA หรือสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ได้มีคณะทำงานที่กำลังศึกษา “Moon to Mars Architecture Definition Document” หรือเอกสารที่เป็นดั่ง “พิมพ์เขียว” ของภารกิจจากดวงจันทร์สู่ดาวอังคาร เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะมีส่วนร่วมกับโครงการอาร์เทมิสในระยะยาว
.
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของการศึกษาดังกล่าวเพิ่มเติมได้ทางบทความ: https://gistda.or.th/news_view.php?n_id=9114
.
ตัวอย่างงานวิจัยเด่นของไทย คืองานวิจัยผลึกเหลว Thailand Liquid Crystals in Space โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้ความร่วมมือกับ NASA และ GISTDA เป็นครั้งแรกที่งานวิจัยของไทยได้เดินทางขึ้นไปสถานีอวกาศนานาชาติ โดยมีนักบินอวกาศ NASA เป็นผู้ปฏิบัติการทดลองให้ นับเป็นใบเบิกทางสำคัญ และเป็นองค์ความรู้ที่อาจนำไปสู่การสานต่อความร่วมมือในการทดลองบนดวงจันทร์ ร่วมกับภารกิจและแผนการในอนาคตของโครงการอาร์เทมิส
.
นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัย TIGERS-X หรือ Thailand Innovative G-force varied Emulsification Research for Space Exploration จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่เตรียมนำส่งขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ กับยานขนส่งเสบียงของ SpaceX ในภารกิจช่วงกลางปี 2026 นี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่แสดงถึงศักยภาพของนักวิจัยไทย ที่มีความพร้อมในการพัฒนางานวิจัย ซึ่งผ่านด่านความปลอดภัยสำหรับนำส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศได้สำเร็จ
.
ในเวลาเดียวกัน ภาคส่วนเอกชนของไทยก็ได้ยกระดับศักยภาพให้พร้อมสำหรับอุตสาหกรรมอวกาศอย่างต่อเนื่อง อาทิ ภารกิจ Mission to Space ที่ได้ยกระดับมาตรฐานอาหารไทย ให้ผ่านเกณฑ์ที่รับรองโดยหน่วยงานที่ทำงานร่วมกับ NASA ตลอดจนการร่วมมือกับบริษัท Axiom Space ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสถานีอวกาศเอกชน และชุดอวกาศสำหรับการลงทำงานบนพื้นผิวดวงจันทร์ เป็นองค์ความรู้สำคัญที่สามารถสานต่อความร่วมมือของภาคส่วนเอกชน พร้อมกับก่อให้เกิดผลพลอยได้ต่อผู้บริโภคในประเทศ
.
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ เท่านั้น ซึ่งตอกย้ำถึงโอกาสที่ดีสำหรับหน่วยงานในประเทศไทย ที่สนใจและต้องการมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจอวกาศใหม่ของยุคนี้ เพราะไม่ได้ถูกจำกัดอยู่กับแค่ประเทศมหาอำนาจเท่านั้น แต่เปิดกว้างให้พันธมิตรจากทั่วโลกได้มีส่วนร่วมอย่างจริงจัง โดยเนื้อความในข้อตกลงอาร์ทีมิส ที่ GISTDA ในฐานะหน่วยงานประสานงานหลัก และตัวแทนประเทศไทยที่ได้ร่วมลงนามนั้น ยังได้ระบุถึงความสามารถในการทำงานร่วมกัน การแบ่งปันข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และอนุรักษ์มรดกอวกาศที่สำคัญ กับการกลับไปสำรวจดวงจันทร์และห้วงอวกาศลึกอย่างยั่งยืน
.
พร้อมกันนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเยาวชนยุค ‘Artemis Generation’ ที่จะเติบโตขึ้นมาในยุคสมัยแห่งโอกาสด้านอวกาศ GISTDA ได้เตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานอวกาศ การพัฒนาบุคลากร ถ่ายทอดองค์ความรู้ รวมถึงหารือความเป็นไปได้ และผลักดันสนับสนุนศักยภาพคนไทย ให้ได้โอกาสมีส่วนร่วมกับการสำรวจอวกาศ ไม่ใช่เพียงแค่ผู้สังเกตการณ์เพียงอย่างเดียว
.
การผลักดันงานวิจัยขั้นสูง และศักยภาพของคนไทยสู่การพัฒนางานด้านอวกาศนั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์เพียงแค่การสำรวจและวิจัยด้านวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียว เพราะการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับแนวหน้า ที่อาศัยการแก้ไขโจทย์ที่ท้าทาย อุปสรรคอันซับซ้อน ย่อมก่อให้เกิดผลพลอยได้ หรือ Spinoff ที่นำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันของผู้คนบนโลกได้อีกเช่นกัน
.
นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทย โดย GISTDA จะรายงานความคืบหน้าของโครงการอาร์เทมิส และโอกาสต่าง ๆ ที่ไทยสามารถมีส่วนร่วมได้ ทุกท่านที่สนใจสามารถติดตามได้ผ่านแฟนเพจและเว็บไซต์ของ GISTDA

แสดงความคิดเห็น