ประชาสัมพันธ์
เข้าใจคน เข้าใจเมือง! เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศไขรหัสสังคมหลายเจน สู่อนาคต Smart City ไทย

เข้าใจคน เข้าใจเมือง! เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศไขรหัสสังคมหลายเจน สู่อนาคต Smart City ไทย
.
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมที่ “คนหลายเจนอยู่ร่วมกัน” อย่างแท้จริง ตั้งแต่ Baby Boomer, Gen X, Gen Y, Gen Z จนถึง Gen Alpha ที่เติบโตมาพร้อมกับโลกดิจิทัล พฤติกรรม ความคิด และวิถีชีวิตของแต่ละช่วงวัยแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งในด้านการอยู่อาศัย การทำงาน การเดินทาง การบริโภค ไปจนถึงมุมมองต่อสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี คำถามคือ…เราจะเข้าใจคนแต่ละเจนได้อย่างไร? และทำอย่างไรให้ข้อมูลเหล่านี้กลายเป็น “พลังขับเคลื่อนประเทศ” ได้จริง คำตอบอยู่ที่ “เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ” (Geoinformatics) หรือเครื่องมือในการเชื่อมโยง “ข้อมูลของคน” เข้ากับ “พื้นที่ที่คนอาศัยอยู่” เพื่อมองเห็นภาพรวมของสังคมในเชิงพื้นที่อย่างลึกซึ้ง
“อ่านแผนที่คน” ด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เข้าใจสังคมไทยยุคหลายเจน สู่การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ
ระบบ GIS (Geographic Information System) ช่วยให้สามารถวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูลประชากรในมิติเชิงพื้นที่ร่วมกับเทคโนโลยี Remote Sensing, Spatial Analytics และ Big Data Integration ทำให้เราสามารถรู้ได้ว่า กลุ่ม Gen Z กระจุกตัวอยู่ตรงไหนของเมือง กลุ่ม Gen X หรือ Baby Boomer อาศัยอยู่ในเขตใด พฤติกรรมการเดินทาง การทำงาน หรือการบริโภคของแต่ละเจนเป็นอย่างไร ภาพแผนที่ที่เคยแสดงเพียง “ถนน แม่น้ำ และอาคาร” วันนี้กลับสามารถบอกได้ถึงวิถีชีวิตของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงบริการของรัฐหรือสาธารณูปโภค ,แนวโน้มการย้ายถิ่นฐานของคนรุ่นใหม่ ข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือ “ข้อมูลเชิงพฤติกรรม” ที่สามารถใช้วางแผนนโยบายสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประโยชน์ของการศึกษาเรื่อง Gen ผ่านภูมิสารสนเทศ
1.เข้าใจโครงสร้างประชากรในเชิงพื้นที่อย่างลึกซึ้ง เห็นการกระจายของแต่ละ Generation ทั่วประเทศ
2.สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายและการลงทุน เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ที่มีกลุ่มวัยทำงานหนาแน่น
3.เพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คาดการณ์ทิศทางแรงงานในอนาคตได้แม่นยำขึ้น
4.ส่งเสริมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ด้วยข้อมูลที่ตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย
จากข้อมูลสู่การพัฒนา
ข้อมูล GIS สามารถใช้วิเคราะห์กลุ่ม Gen Z ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล พบว่าคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ใน “ย่านเศรษฐกิจและมหาวิทยาลัย” มีแนวโน้มเลือกใช้ ขนส่งสาธารณะมากขึ้นและมีความเชื่อมโยงสูงกับเทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูลเชิงพื้นที่แบบนี้ ไม่เพียงช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ แต่ยังสามารถใช้วางแผนระบบขนส่ง เมืองสีเขียว หรือบริการดิจิทัลของภาครัฐให้ตอบโจทย์อนาคตได้ดียิ่งขึ้น
พลังของข้อมูล เพื่อสังคมเชิงพื้นที่
เมื่อเรานำข้อมูล Generation มาผสานกับเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ สิ่งที่ได้คือ “ภาพรวมของสังคมไทยในมิติพื้นที่” ที่ชัดเจนกว่าที่เคย เราจะรู้ว่าแต่ละช่วงวัยอยู่ที่ไหน ใช้ชีวิตอย่างไร ต้องการสิ่งใด และอะไรคือปัจจัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของพวกเขา นี่คือจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนประเทศสู่ยุค “Data-driven Society” สังคมที่ใช้ข้อมูลเป็นเข็มทิศในการตัดสินใจ เพื่อให้ทุกช่วงวัยเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

แสดงความคิดเห็น