ประชาสัมพันธ์

10/06/2568 1,849
แชร์ :

ลดต้นทุนการประเมินคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้…ด้วยเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ


ตลาดคาร์บอน (Carbon market) เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่นานาประเทศใช้ในการส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases : GHGs) ที่เป็นสาเหตุหลักของภาวะโลกร้อนสำหรับประเทศไทย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการส่งเสริมการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ได้พัฒนา “โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย” หรือ “โครงการ T-VER” ขึ้นเพื่อเป็นกลไกที่สนับสนุนให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศไทยโดยความสมัครใจและสามารถนำปริมาณการลดการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกหรือคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นภายใต้โครงการ T-VER ไปจำหน่ายในตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจในประเทศได้ ข้อมูลจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (https://www.tgo.or.th/2023/index.php/th/ ) ระบุปริมาณและมูลค่าการซื้อขายคาร์บอนเครดิตจากโครงการ T-VER ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 มียอดสะสม 3,598,457 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า คิดเป็นมูลค่า 322,614,985 บาท โดยโครงการประเภทชีวมวล มีปริมาณการซื้อขายคาร์บอนเครดิตสูงที่สุด คือ 1,578,308 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าและมีราคาเฉลี่ย 36.82 บาทต่อตัน ขณะที่คาร์บอนเครดิตในโครงการประเภทป่าไม้ กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยมีปริมาณการซื้อขาย 315,553 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าและมีราคาเฉลี่ยสูงถึง 305.14 บาทต่อตัน

.

 ปัจจุบันการซื้อขายคาร์บอนภาคสมัครใจในประเทศไทย ผู้พัฒนาโครงการต้องมีการประเมินและรับรองคาร์บอนเครดิตตามระเบียบวิธีการที่ อบก.กำหนด ซึ่งมีการประเมินคาร์บอนในโครงการหลายประเภท ทั้งด้านพลังงาน ระบบขนส่ง การจัดการของเสีย โรงงานอุตสาหกรรม การดักจับหรือใช้ประโยชน์จากก๊าซเรือนกระจก ภาคป่าไม้และการเกษตร

.

 ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายในการประเมินคาร์บอนเครดิตที่ค่อนข้างสูง ถือเป็นต้นทุนสำคัญของการพัฒนาโครงการ ฯ โดยเฉพาะโครงการขนาดเล็กที่แม้จะมีความพร้อมและมีศักยภาพ แต่อาจทำให้ได้รับผลตอบแทนที่เรียกว่า “ไม่คุ้มค่า” ส่งผลให้ตลาดคาร์บอนเครดิตในภาคป่าไม้และการเกษตรของประเทศไทยไม่เติบโตเท่าที่ควร หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยีและเครื่องมือ จึงได้นำเสนอระเบียบวิธีใหม่ ๆ ที่จะมาช่วยให้การประเมินการกักเก็บคาร์บอน มีค่าใช้จ่ายที่ถูกลง สามารถประเมินได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ อย่างเช่น สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ที่นำเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมาใช้ในการประเมินคาร์บอนเครดิตในภาคป่าไม้และการเกษตร

ล่าสุด อบก. ได้ประกาศรับรอง “การประเมินการกักเก็บมวลชีวภาพ (คาร์บอน) สะสมในพื้นที่ป่าด้วยแบบจำลอง Machine Learning เพื่อการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกสำหรับประเทศไทย และการประเมินมวลชีวภาพป่าไม้ด้วยอากาศยานไร้คนขับ ในระดับรายแปลง”

.

โดยรองรับการประเมินบนพื้นที่ป่า 4 ประเภทและ 1 พืชเกษตร คือ ป่าดิบเขา ป่าผสมผลัดใบ ป่าเต็งรัง ป่าชายเลน และสวนยางพาราที่ ผ่านมาการประเมินตามระเบียบวิธีการของ อบก. ได้กำหนดไว้ 4 ทางเลือก คือ 1.การนับจำนวนต้นไม้ 2.การวัดขนาดต้นไม้ 3.การใช้เทคโนโลยีการสำรวจระยะไกลด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และ 4.อื่น ๆ ตามที่ อบก. พิจารณาเห็นชอบ

.

สำหรับวิธีที่1 และ 2 เหมาะสำหรับพื้นที่ไม่กว้างมาก แต่สำหรับพื้นที่ที่มีหลายร้อยไร่ถึงเป็นพันไร่ การที่จะใช้คนนับต้นไม้หรือว่าวัดความสูงของต้นไม้ค่อนข้างทำได้ยาก จึงต้องใช้วิธีที่ 3 ซึ่งมี 2 ขั้นตอน คือ การนำภาพถ่ายดาวเทียมมาดูขอบเขตพื้นที่ปลูกต้นไม้ และเมื่อรู้ขอบเขตแล้วจะนำมาสุ่มวางแปลงตรวจวัดการเติบโตความสูงของต้นไม้ ตามที่ อบก.กำหนดไว้ เช่น พื้นที่มากกว่า 300 ไร่ ต้องวางแปลงตัวอย่างไม่น้อยกว่าร้อยละ 1 แล้วนำมาคำนวณในสมการร่วมกับภาพถ่ายดาวเทียม ก็จะได้ปริมาณการกักเก็บคาร์บอน ของปีฐานนั้น ๆ ”

.


                  </div>

        
        
        
                  <section class=

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่ถูกเผยแพร่ ช่องที่ต้องกรอกมีเครื่องหมาย

โดเมนอีเมลที่อนุญาต / Allowed email domains: *.or.th, *.ac.th, gmail.com, hotmail.com

แนะนำการใช้งานหน้าเนื้อหา

  1. ใช้เบรดครัมบ์ด้านบนเพื่อกลับไปยังหมวดต้นทาง
  2. เอกสารแนบและแกลเลอรีรูปภาพอยู่ท้ายเนื้อหา กดเพื่อเปิดหรือดาวน์โหลด
  3. ใช้ปุ่มแชร์เพื่อส่งต่อบทความนี้

การเข้าถึงและปุ่มลัด

  • กด Tab เพื่อไล่โฟกัส, Enter หรือ Space เพื่อสั่งงาน และ Esc เพื่อปิดหน้าต่างนี้
  • ลิงก์ "ข้ามไปยังเนื้อหา" อยู่จุดแรกสุดของทุกหน้า กด Tab หนึ่งครั้งจะเจอ
  • ปรับขนาดตัวอักษรและโหมดสี (ปกติ / มืด / คอนทราสต์สูง) ได้จากแถบด้านบน ระบบจะจำค่าไว้ให้
  • เว็บไซต์พัฒนาตามแนวทาง WCAG 2.2 ระดับ AA รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ